2006/May/21

**ต่อไปนี้จะพูดถึงเรื่องของคณะเราอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

เอาเป็นแบบซีรี่ย์เลยนะ เพราะมันค่อนข้างยาว และเราก็ตั้งใจเขียนมาก

ติดตามอ่านได้ใน CategorySilpakorn นะคะ**

ไม่ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยซะนาน แล้วก็ไม่เคยเขียนถึงเรื่องที่เกี่ยวกับรุ่นของเราเลย วันนี้จะขอพูดถึงความทรงจำของอักษรศาสตร์รุ่นที่ 35 (รหัส 0545*** ทั้งหลาย) ที่ผจญชะตากรรมและความเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกัน ตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆของพวกเราไปจนถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆที่อาจจะลืมกันไปแล้ว

เรื่องที่จะเขียนถึงในประเด็นหลักคือ

1. อักษรศาสตร์ 35 เป็นรุ่นแรกของหลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2545

2. อักษรศาสตร์ 35 รุ่นล้มระบบว้าก

3. อักษรศาสตร์ 35 ปี1 รุ่นแรกกับการบูมด้วยเพลงใหม่

*ประเด็นที่หนึ่ง อักษรศาสตร์ 35 กับหลักสูตรใหม่ *

แต่เดิมคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นักศึกษาจะเลือกวิชาเอก-โท ตอนจะขึ้นปี 3 และนั่นทำให้นักศึกษารุ่นก่อนๆอาจจะรู้สึกว่ามีความรู้เฉพาะทางของวิชาเอก-โท ไม่มากพอ ดังนั้นจึงปรับหลักสูตรใหม่ให้ นักศึกษาเข้าเอกตอนปี2 เทอม 2 (เร็วขึ้น 1 เทอม)

ก่อนเข้าเอก นักศึกษาทุกคนต้องผ่านวิชาบังคับ(ที่ปี 1 เรียนกันน่ะ) และวิชาสาขาระดับต้น 24 หน่วยกิต (4 สาขา สาขาละ 6 หน่วยกิต ) ซึ่งหลักสูตรเก่าต้องเรียนถึง 32 หน่วยกิต ตอนแรกเราก็รู้สึกว่าเราเข้าเอกกันช้าเกินไปรึเปล่า ขึ้นปี 2 ก็สมควรเข้าเอกได้แล้ว ถ้าเทียบกับคณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ แต่อาจารย์ที่คณะเราท่านหนึ่งบอกว่า คณะเราไม่มีทางยอมให้นักศึกษาเรียนวิชาเอกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหน่วยกิตหรอก ( คณะอักษรฯกำหนด 140 หน่วยกิต ครึ่งหนึ่งก็ 70 หน่วยกิต) เราเรียนจบมาวิชาเอกของเราประมาณ 57 หน่วยกิต วิชาโท 26 หน่วยกิต

เหตุผลก็คือนักศึกษาควรจะได้เรียนรู้อะไรที่มากกว่าวิชาเอกและวิชาโทของตัวเอง ซึ่งนั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องเก็บวิชาสาขาก่อนเข้าเอกถึง 24 หน่วยกิต เพราะเราจะมีความรู้กว้างขวางขึ้น

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอักษรศาสตร์ ศิลปากร ที่อาจารย์หลายท่านภูมิใจนำเสนอก็คือ ที่นี่ได้รวบรวมวิชาทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ไว้ด้วยกัน ดังนั้น เราจะพบนักศึกษา เอกภาษาอังกฤษ โทเศรษฐศาสตร์ หรือ เอกภาษาญี่ปุ่น โท รัฐศาสตร์ หรือแม้แต่ เอกภาษาเยอรมัน โท ทัศนศิลป์(วาดภาพ ถ่ายภาพ ฯลฯ )

หลักสูตรใหม่ในตอนนั้นสร้างความวุ่นวายพอสมควรเนื่องจาก เราก็เด็กปี 1 เรียนก็ไม่เหมือนรุ่นพี่ อาจารย์ก็ต้องมาอธิบายหลักสูตรให้ฟัง และเนื้อหาบางวิชาก็เปลี่ยนไป เช่นวิชา Information world โลกสารสนเทศ จากเดิมหลักสูตรเก่า 2 หน่วยกิต กลายเป็น 3 หน่วยกิต วิชาเอกสารสนเทศและบรรณารักษ์ของเราบางวิชาที่เคยแยกสอน 2 วิชา 4 หน่วยกิต ก็ถูกรวบเหลือ 1 รายวิชา 3 หน่วยกิตแทน

ถ้ามองโดยภาพรวมแล้วหลักสูตรใหม่ก็ไม่ได้มีปัญหาหรอก เพราะเขาก็พยายามตัดให้เหลือแต่สิ่งที่นักศึกษาจำเป็นต้องเรียนเอาไว้ แต่ก็ได้ยินมาว่าอีกไม่นานก็จะมีหลักสูตรใหม่ออกมาอีกเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาด และเคยได้ยินมาว่าหลักสูตรหนึ่งไม่ควรใช้เกิน 10 ปี (ซึ่งน้องๆที่จะขึ้นปี 1 ในปีนี้จะเป็นรุ่นที่ 5 ของหลักสูตรนี้แล้ว)

เราเองก็ยังคงติดตามความเปลี่ยนแปลงของบ้านหลังเก่า บ้านสีฟ้าหลังคาสีเขียวหลังนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกเมื่อไหร่

ปล. ไม่ได้พูดถึงหลักสูตรพิเศษเอเชียศึกษา ที่เพิ่งเปิดครั้งแรกตอนเราขึ้นปี 3 (ปี 2547) เราเคยตามเรื่องอยู่พักหนึ่งแต่ตอนนี้ไม่ได้ตามแล้วเลยไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง

โปรดติดตามตอนที่ 2 ได้เร็วๆนี้

Comment

Comment:

Tweet


ถ้าอยู่วังท่าพระ คณะโบราณคดี
จะมาโทที่ทับแก้วได้ไหมคะ
#8 by เพกเพ (58.11.59.48) At 2010-05-12 23:56,
พระเจ้า ตาลาย แต่ชอบ อิๆ

รออ่านนะจ๊ะ
#7 by แก่นเซี้ยว (58.10.0.110) At 2006-05-22 21:59,
มาเร็วๆเน้อ
#6 by เอกน้อย At 2006-05-22 18:48,
อืมพอๆกับเราเลย เราเรียนวิชา เอก 63 หน่วยกิต เรียนวิชาโท 18 หน่วยกิต
#5 by ลูกชิ้น At 2006-05-22 08:09,
วิชาเจ้าปัญหาของเรานั่นเอง

คะแนนออกแล้ว ได้ C+ แหละ
#4 by มุก At 2006-05-21 19:16,
ดีแฮะ เขียนเยอะๆนะ จะเข้ามาอ่านอีก ห่ะๆ

เป็นคณะที่เรียนได้หลากหลายดีจิงๆเลย ชินซะและ ดี ความรู้กว้างดี สนุกด้วย
#3 by แป้ง (58.9.198.160) At 2006-05-21 18:10,
เคยเรียนแต่บังคับเอก-โท อยากมีโอกาสเลือกเอก-โทเองบ้าง แต่มันก็สามปีมาแล้วนะ แหะๆๆๆ
#2 by KimBerrY At 2006-05-21 17:49,
ดีจังมีเอกโทให้เลือก ที่มหาลัยไม่มีแบบนี้ อยากเรียนโทดุริยางค์จัง
#1 by daranee At 2006-05-21 10:42,