2006/May/23

*ประเด็นที่สอง อักษรศาสตร์ 35 รุ่นสุดท้ายของการรับน้องด้วยระบบว้าก*

ถ้าใครจำบรรยากาศการเรียนวิชาอารยธรรมไทยได้ ก็อาจจะต้องหัวเราะดังๆเหมือนเรา เพราะอาจารย์ประจำวิชาต่อต้านการว้าก และพูดถึงบ่อยมากทุกครั้งตลอดทั้งภาคการศึกษา

ลองนึกถึงบรรยากาศตึกกระทะ ห้องประชุมใหญ่ขนาดประมาณ 800 ที่นั่ง ประมาณว่าบรรยายอยู่ดีๆ ก็จะแทรกด้วยการด่าระบบว้ากไป พูดกระทบพี่ว้ากบ้าง ซึ่งสุดท้ายการอภิปรายเรื่องระบบว้ากก็กลายมาเป็นข้อสอบปลายภาควิชาอารยธรรมไทยจนได้ (ใครจำได้บ้างว่าตัวเองตอบอะไรไปบ้าง)

ส่วนเรื่องการว้ากที่เราเจอมาในรุ่นเรานับรวมๆแล้ว ว้ากแค่ 11 วันเองนะ และเราก็ไม่เห็นรู้สึกว่าว้ากที่นี่รุนแรงอะไรเลย อย่างที่รุ่นพี่พูดว่าว้ากที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เราว้ากเพื่อสอนน้องเพียงแต่น้ำเสียงที่พูดออกมามันไม่ได้นุ่มนวลเท่านั้นเอง เราเองก็รู้สึกว่าเรื่องที่พี่ว้ากพูด มันก็คือการสอนนั่นแหละ เช่นเรื่องการขับขี่ยานพาหนะในมหาวิทยาลัย การเดินทางออกไปข้างนอก การเคารพสถานที่ การดูแลเพื่อนที่พี่ว้ากเน้นมากๆ คือไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มจะได้ดูแลกันได้

วันปิดว้ากจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันพุธ บรรยากาศมืดและร้อนในโรงละครทรงพล ทุกคนนั่งกอดคอกันตามคำสั่งพี่ว้าก เพื่อนๆผู้ชายโดนสั่งให้ไปวิดพื้นข้างนอก จากนั้นเราจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว จำได้แค่ว่าพี่ว้ากพูดว่า เรายอมรับพวกคุณ แล้วก็ร้องเพลง ผูกสายสิญจน์บายศรีรับขวัญน้อง

จากกระแสต่อต้านการว้ากอย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลว่าเราเป็นปัญญาชนแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำและน้ำเสียงในการแนะนำตักเตือนกันขนาดนั้น ตอนปี 1 เทอม 2 ก็เกิดกระแสว่าต่อไปนี้จะไม่มีระบบว้ากอีกแล้วในคณะอักษรศาสตร์

พอไม่มีการว้ากก็กลายเป็นการรับน้องด้วยการมีพี่กลุ่มแทน แต่ว่าน้องที่ให้ความร่วมมือในการลงกิจกรรมก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างรุ่นที่ผ่านมา มีน้อง 800 คน ลงกิจกรรมแค่วันละ 100 เศษๆ หรือไม่ถึงร้อยคน

ถ้าพูดแบบคนที่ผ่านการรับน้องมาแล้วก็อยากบอกว่า ร่วมไปเถอะกิจกรรมน่ะ เพราะพี่ๆก็ตั้งใจทำให้จริงๆ พี่เชียร์พี่กลุ่มเขาต้องฝึกกันมาเป็นเดือนๆ ตลอดช่วงซัมเมอร์เพื่อเตรียมรับน้อง แล้วช่วงเวลารับน้องก็เป็นแค่ 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นอะไรที่เล็กน้อยมากถ้าเทียบกับเวลา 4 ปีในมหาวิทยาลัย และโอกาสร่วมรับน้องในฐานะเฟรชชี่มีแค่ครั้งเดียวนะ (ยกเว้นจะซิ่วแล้วซิ่วอีก)

หลายคนมองย้อนไปอาจจะไม่นึกเสียดายที่ตัวเองไม่ได้รับน้อง แต่ในมุมของคนที่ผ่านการรับน้องมาแล้ว ขอบอกว่าถ้าตอนนั้นไม่ได้ร่วมกิจกรรม จะเสียดายมาก

สำหรับบางคนที่พูดว่า พ่อแม่ส่งมาเรียน ไม่ได้ส่งมาทำกิจกรรม ขอบอกว่าสำหรับการรับน้องปี 1 น่ะ ถือว่าเป็นกำไรและประสบการณ์ดีๆครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะ

เหมือนกับการที่เราซื้อของแล้วได้ของแถมไง

ก็ถือว่าเราได้กำไรไม่ใช่เหรอ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ทำให้นึกถึงช่วงเวลาตอนเรียน คิดถึงจัง คิดถึงรักครั้งแรก
#1  by  i - f i r m At 2006-05-23 14:30, 
ดีใจที่มีเพื่อนๆมารออ่านนะ
สวัสดีค่ะ^^
หนูกำลังจะเข้าไปเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งคณะเดียวกันกับพี่ล่ะค่ะ อิอิอิ
แอบดีใจที่เค้าเลิกระบบว้ากไปแล้ว m(_ _)m
เพราะบีชอบแบบสันติวิธีมากกว่า แหะ ๆๆๆ
#3  by  lll:::l3`e`ej@iา9:::lll At 2006-05-23 14:38, 
เห็นด้วยนะ ว่าว๊ากที่ศิลปากรไม่โหด ขนาดเราอยู่คณะที่น่าจะโหดที่สุด เราว่ามันก็ไม่ได้โหดนะ แถมมันยังทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น บางคนอาจจะได้แฟนมาด้วยก็ได้ แต่ยกเว้นเรานะ
#4  by  mei4play At 2006-05-23 15:08, 
....ไปไหนมา สามวาน่ารัก
#5  by  เอกน้อย At 2006-05-24 12:58, 
ขอบคุณนะคะที่ไปให้กำลังใจกัน

ปกติพี่จะไม่เศร้าแบบนั้นหรอกค่ะ

อ้อ พี่เป็นอดีตว๊ากนะคะ ขอบอก ทำรุ่นน้องร้องไห้ไปหลายคน กลุ้มจริง ๆ

(เป็นคนใจดี ที่ดันมีเสียงห้าวยังกะใหม่ เจริญปุระน่ะ เสียงนะ ไม่ได้สวยเหมือน )

พี่ว่าให้แต่ละคนได้ตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตตัวเองจะดีกว่า เพราะสถาบันที่พี่เรียน พวกคณะอื่น ๆ เขาก็รับแบบในแนวอุจาด อุบาทว์ อะนะ เพียงแต่ ไม่มีใครตาย ไม่มีเรื่องราวบานปลาย และสังคมยังไม่ฮิตที่จะจับผิด

ดังนั้น จากประสบการณ์ ขอบอกว่าให้รุ่นน้องเป็นคนตัดสินใจเองว่าใครจะเข้าร่วมหรือไม่เข้า

นี่พูดในฐานะรุ่นน้องที่โดนรังแกตอนรับน้องด้วยนะเนี่ย (ตอนเป็นว๊ากก็เลยกลุ้มไง )

... นะ
ยิ่งอ่าน ยิ่งคิดถึงว่ะ

จิตใจกำลังฟุ้งซ่าน อยากไปเที่ยว
#7  by  เหมี่ยว (203.113.16.241 /203.113.36.11) At 2006-05-29 16:18, 
คิดถึงฟามหลังงงง
#8  by  เอกน้อย At 2006-05-29 20:01, 
ไม่เคยผ่านระบบว๊ากครับ เจอแต่แบบอื่น ๆ เลยไม่ค่อยอยากแสดงความเห็นเท่าไหร่ เพราะตัวเองไม่ได้รู้สึกร่วมด้วย อ่านเพื่อเอาความรู้ละกันนะครับ
#9  by  เจ้าชายน้อย At 2006-06-01 09:17, 

<< Home