*ประเด็นที่สอง อักษรศาสตร์ 35 รุ่นสุดท้ายของการรับน้องด้วยระบบว้าก*
ถ้าใครจำบรรยากาศการเรียนวิชาอารยธรรมไทยได้ ก็อาจจะต้องหัวเราะดังๆเหมือนเรา เพราะอาจารย์ประจำวิชาต่อต้านการว้าก และพูดถึงบ่อยมากทุกครั้งตลอดทั้งภาคการศึกษา
ลองนึกถึงบรรยากาศตึกกระทะ ห้องประชุมใหญ่ขนาดประมาณ 800 ที่นั่ง ประมาณว่าบรรยายอยู่ดีๆ ก็จะแทรกด้วยการด่าระบบว้ากไป พูดกระทบพี่ว้ากบ้าง ซึ่งสุดท้ายการอภิปรายเรื่องระบบว้ากก็กลายมาเป็นข้อสอบปลายภาควิชาอารยธรรมไทยจนได้ (ใครจำได้บ้างว่าตัวเองตอบอะไรไปบ้าง)
ส่วนเรื่องการว้ากที่เราเจอมาในรุ่นเรานับรวมๆแล้ว ว้ากแค่ 11 วันเองนะ และเราก็ไม่เห็นรู้สึกว่าว้ากที่นี่รุนแรงอะไรเลย อย่างที่รุ่นพี่พูดว่าว้ากที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เราว้ากเพื่อสอนน้องเพียงแต่น้ำเสียงที่พูดออกมามันไม่ได้นุ่มนวลเท่านั้นเอง เราเองก็รู้สึกว่าเรื่องที่พี่ว้ากพูด มันก็คือการสอนนั่นแหละ เช่นเรื่องการขับขี่ยานพาหนะในมหาวิทยาลัย การเดินทางออกไปข้างนอก การเคารพสถานที่ การดูแลเพื่อนที่พี่ว้ากเน้นมากๆ คือไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มจะได้ดูแลกันได้
วันปิดว้ากจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันพุธ บรรยากาศมืดและร้อนในโรงละครทรงพล ทุกคนนั่งกอดคอกันตามคำสั่งพี่ว้าก เพื่อนๆผู้ชายโดนสั่งให้ไปวิดพื้นข้างนอก จากนั้นเราจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว จำได้แค่ว่าพี่ว้ากพูดว่า เรายอมรับพวกคุณ แล้วก็ร้องเพลง ผูกสายสิญจน์บายศรีรับขวัญน้อง
จากกระแสต่อต้านการว้ากอย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลว่าเราเป็นปัญญาชนแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำและน้ำเสียงในการแนะนำตักเตือนกันขนาดนั้น ตอนปี 1 เทอม 2 ก็เกิดกระแสว่าต่อไปนี้จะไม่มีระบบว้ากอีกแล้วในคณะอักษรศาสตร์
พอไม่มีการว้ากก็กลายเป็นการรับน้องด้วยการมีพี่กลุ่มแทน แต่ว่าน้องที่ให้ความร่วมมือในการลงกิจกรรมก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างรุ่นที่ผ่านมา มีน้อง 800 คน ลงกิจกรรมแค่วันละ 100 เศษๆ หรือไม่ถึงร้อยคน
ถ้าพูดแบบคนที่ผ่านการรับน้องมาแล้วก็อยากบอกว่า ร่วมไปเถอะกิจกรรมน่ะ เพราะพี่ๆก็ตั้งใจทำให้จริงๆ พี่เชียร์พี่กลุ่มเขาต้องฝึกกันมาเป็นเดือนๆ ตลอดช่วงซัมเมอร์เพื่อเตรียมรับน้อง แล้วช่วงเวลารับน้องก็เป็นแค่ 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นอะไรที่เล็กน้อยมากถ้าเทียบกับเวลา 4 ปีในมหาวิทยาลัย และโอกาสร่วมรับน้องในฐานะเฟรชชี่มีแค่ครั้งเดียวนะ (ยกเว้นจะซิ่วแล้วซิ่วอีก)
หลายคนมองย้อนไปอาจจะไม่นึกเสียดายที่ตัวเองไม่ได้รับน้อง แต่ในมุมของคนที่ผ่านการรับน้องมาแล้ว ขอบอกว่าถ้าตอนนั้นไม่ได้ร่วมกิจกรรม จะเสียดายมาก
สำหรับบางคนที่พูดว่า พ่อแม่ส่งมาเรียน ไม่ได้ส่งมาทำกิจกรรม ขอบอกว่าสำหรับการรับน้องปี 1 น่ะ ถือว่าเป็นกำไรและประสบการณ์ดีๆครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะ
เหมือนกับการที่เราซื้อของแล้วได้ของแถมไง
ก็ถือว่าเราได้กำไรไม่ใช่เหรอ
....ไปไหนมา สามวาน่ารัก