เมื่อเอนทรี่ที่แล้วพูดถึงความทรงจำในทับแก้ว ไล่ตั้งแต่ปีหนึ่งเลย รู้สึกว่ามันนานมากจนเกือบหายไปจากความคิดซะแล้ว พอดีได้อ่านคอมเมนต์ที่เขียนถึงว่า คนที่ได้มาเรียนที่ทับแก้วเคยเป็นชาววังมาก่อน ก็เลยเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนซะเลย

(พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ที่มีย่าเหลอยู่ข้างหน้านั่นแหละ)
แต่ก่อนมีความเชื่ออย่างนั้นจริงค่ะ และประเพณีการรับน้องของมหาวิทยาลัยศิลปากร แต่เดิมจะเรียกว่า การรับเจ้าเข้าวัง ในที่นี้คำว่าเจ้า จะอ่านออกเสียงว่าเจ้านะคะ ไม่ใช่ จ้าว เพราะความเชื่อที่ว่าเราทั้งหลายเคยเป็นข้าในราชสำนักมาก่อน จึงได้กลับมาอยู่ที่นี่กันอีกครั้ง เคยฟังเรื่องที่มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า เมื่อหลายปีก่อนมีคนมาสอบเข้าเป็นอาจารย์สอนที่ทับแก้วนี่แล้วบรรพบุรุษของเขาเคยเป็นนักโทษมาก่อนในสมัยรัชกาลที่หก ทำให้ลูกหลานไม่สามารถเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

(เทวาลัยคเณศวร์ ที่พระราชวังสนามจันทร์)
ต่อเรื่องการรับน้องซึ่งเราก็ทำเหมือนการรับน้องทุกที่คือต้องไปเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งก็คือการสักการะพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่หก และเทวาลัยคเณศวร์ ที่พระราชวังสนามจันทร์ ตอนที่เราเข้ามาปีหนึ่งยังไม่มีอนุสาวรีย์หม่อมหลวงปิ่น ตอนนั้นจึงไม่ได้ไปเคารพท่าน และไปเคารพอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่วิทยาเขตวังท่าพระด้วย โดยการนั่งรถไฟจากหลังทับแก้วที่ชานชาลาไปลงที่บางกอกน้อยแล้วมีรถมหาวิทยาลัยมารับไปที่สนามหลวง

ขึ้นรถไฟที่ชานชาลาหลังทับแก้วนี่แหละ
ชาวศิลปากรนี่ถือว่าเป็นชาววังขนานแท้นะคะ ดูได้จากสถานที่ตั้งของแต่ละวิทยาเขตซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินในการพระราชทานที่ให้เราได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้กัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากรวังท่าพระ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเคยเป็นวัง ซึ่งเดิมเป็นของเจ้าฟ้านริศรานุวัติวงศ์ เจ้าฟ้าผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่หก มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ หรือที่เราเรียกว่าทับแก้วนั่นเอง พื้นที่ของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในพื้นที่ของพระราชวังในรัชกาลที่หก เดี๋ยวรายละเอียดจะเล่าในเอนทรี่ต่อไปว่าทำไมเราจึงต้องมาอยู่ที่พระราชวังสนามจันทร์ และชื่อสนามจันทร์มีความเป็นมาอย่างไร
ส่วนวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี แม้ไม่ได้อยู่ในที่วัง แต่ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดที่มีพระราชวังมากที่สุดแห่งหนึ่ง ได้แก่เขาวัง พระราชวังบ้านปืน และพระราชนิเวศมฤคทายวัน ซึ่งสองแห่งหลังเป็นของรัชกาลที่หก
นอกจากนี้กิจกรรมยังมีที่พวกเราจัดให้น้องมัธยมได้เข้ามาเยี่ยมชมและรู้จักเราคือกิจกรรมนำน้องท่องวัง ซึ่งจัดขึ้นทุกปีอีกด้วย
และในที่สุดแล้วในใจพวกเราคงเหลือเพียง
ความภาคภูมิใจลึกๆและความทรงจำให้ระลึกถึง

ปล.ขอบคุณสองรูปแรกจาก www.pantown.com ค่ะ