2006/Sep/01

เมื่อเอนทรี่ที่แล้วพูดถึงความทรงจำในทับแก้ว ไล่ตั้งแต่ปีหนึ่งเลย รู้สึกว่ามันนานมากจนเกือบหายไปจากความคิดซะแล้ว พอดีได้อ่านคอมเมนต์ที่เขียนถึงว่า คนที่ได้มาเรียนที่ทับแก้วเคยเป็นชาววังมาก่อน ก็เลยเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนซะเลย

(พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ที่มีย่าเหลอยู่ข้างหน้านั่นแหละ)

แต่ก่อนมีความเชื่ออย่างนั้นจริงค่ะ และประเพณีการรับน้องของมหาวิทยาลัยศิลปากร แต่เดิมจะเรียกว่า การรับเจ้าเข้าวัง ในที่นี้คำว่าเจ้า จะอ่านออกเสียงว่าเจ้านะคะ ไม่ใช่ จ้าว เพราะความเชื่อที่ว่าเราทั้งหลายเคยเป็นข้าในราชสำนักมาก่อน จึงได้กลับมาอยู่ที่นี่กันอีกครั้ง เคยฟังเรื่องที่มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า เมื่อหลายปีก่อนมีคนมาสอบเข้าเป็นอาจารย์สอนที่ทับแก้วนี่แล้วบรรพบุรุษของเขาเคยเป็นนักโทษมาก่อนในสมัยรัชกาลที่หก ทำให้ลูกหลานไม่สามารถเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

(เทวาลัยคเณศวร์ ที่พระราชวังสนามจันทร์)

ต่อเรื่องการรับน้องซึ่งเราก็ทำเหมือนการรับน้องทุกที่คือต้องไปเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งก็คือการสักการะพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่หก และเทวาลัยคเณศวร์ ที่พระราชวังสนามจันทร์ ตอนที่เราเข้ามาปีหนึ่งยังไม่มีอนุสาวรีย์หม่อมหลวงปิ่น ตอนนั้นจึงไม่ได้ไปเคารพท่าน และไปเคารพอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่วิทยาเขตวังท่าพระด้วย โดยการนั่งรถไฟจากหลังทับแก้วที่ชานชาลาไปลงที่บางกอกน้อยแล้วมีรถมหาวิทยาลัยมารับไปที่สนามหลวง

ขึ้นรถไฟที่ชานชาลาหลังทับแก้วนี่แหละ

ชาวศิลปากรนี่ถือว่าเป็นชาววังขนานแท้นะคะ ดูได้จากสถานที่ตั้งของแต่ละวิทยาเขตซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินในการพระราชทานที่ให้เราได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้กัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากรวังท่าพระ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเคยเป็นวัง ซึ่งเดิมเป็นของเจ้าฟ้านริศรานุวัติวงศ์ เจ้าฟ้าผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่หก มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ หรือที่เราเรียกว่าทับแก้วนั่นเอง พื้นที่ของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในพื้นที่ของพระราชวังในรัชกาลที่หก เดี๋ยวรายละเอียดจะเล่าในเอนทรี่ต่อไปว่าทำไมเราจึงต้องมาอยู่ที่พระราชวังสนามจันทร์ และชื่อสนามจันทร์มีความเป็นมาอย่างไร 

ส่วนวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี แม้ไม่ได้อยู่ในที่วัง แต่ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดที่มีพระราชวังมากที่สุดแห่งหนึ่ง ได้แก่เขาวัง พระราชวังบ้านปืน และพระราชนิเวศมฤคทายวัน ซึ่งสองแห่งหลังเป็นของรัชกาลที่หก

นอกจากนี้กิจกรรมยังมีที่พวกเราจัดให้น้องมัธยมได้เข้ามาเยี่ยมชมและรู้จักเราคือกิจกรรมนำน้องท่องวัง ซึ่งจัดขึ้นทุกปีอีกด้วย

และในที่สุดแล้วในใจพวกเราคงเหลือเพียง

ความภาคภูมิใจลึกๆและความทรงจำให้ระลึกถึง

ปล.ขอบคุณสองรูปแรกจาก www.pantown.com ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet


ขอบคุณน้องจ่ะ พี่เพิ่งกลับจากพิธี\\\"รับเจ้าเข้าวัง\\\" ทำให้สงสัย อยากรู้เรื่องนี้.
#9 by พี่หม่อม Ph.d.7 (124.121.87.141) At 2009-05-25 00:16,
อาลัยทับแก้วว่ะ

จำทุกวินาทีได้เลย เฮ้อออ

คิดถึงแกน๊ะ
#8 by แก่นเซี้ยว (58.10.0.243) At 2006-09-05 21:09,
ใช่ๆ เค้าบอกว่ามีฝีหรือว่าไฝที่มือใช่ปะ
ที่บอกว่าเป็นคนในวังเก่าอะ
เราก็มีนะ มีทั้งขวาทั้งซ้ายเลย
เพื่อนอีกคนก็มี F มาสองตัว ก็ยังอยู่รอดมาได้ ในขณะที่เพื่อนที่มาด้วยกัน 2 คนไม่มี ตอนนี้ไปเรียนที่อื่นหมด

ป.ล. มันคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เพราะคนไม่มีเค้าก็เดิมเต็ม ม.
#7 by mei4play At 2006-09-01 23:14,
ดีใจจัง..ที่คอมเม้นท์ของพี่
จะเป็นที่มีมาของ entry นี้...
...
เค้าบอกว่า...คนเราทุกคนย่อมมีความทรงจำที่ดี
กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือ สถานีที่ใดที่หนึ่งที่สุด..เพียงอย่างเดียว
...
สำหรับน้อง พี่ว่าคงจะเป็นที่ทับแก้วนิหล่ะมั้ง...
...
เดาอะ..ไม่รู้จิงอะป่าว
#6 by GoddessIsis At 2006-09-01 19:06,
อาลัยอาวรณ์

ดีใจที่มีเลือดสีเขียวเวอร์ริเดียนปนอยู่
#5 by เหมี่ยว (58.136.168.153) At 2006-09-01 15:24,
อาลัยอาวรณ์
#4 by เหมี่ยว (58.136.168.153) At 2006-09-01 15:24,
รูปสุดท้ายนั่น บอกถึงความอาลัยความผูกพันได้ดีเลยนะคะ
#3 by daranee At 2006-09-01 14:31,
ยินดีด้วยกะบัญฑิตใหม่นะ รูปสุดท้ายเจ๋งดีว่ะชอบๆ
#2 by ผู้ชายสีเหลือง At 2006-09-01 13:31,
พี่ชายเพิ่งรับปริญญาที่ศิลปากร...ชอบบรรยากาศที่นั้นดูขลังดี แต่ว่าตัว..นั้นอ่ะ เยอะจริง ๆ เลย เห้นครั้งแรกตกใจมาก ๆ หลัง ๆ ไปเริ่มชิน อิอิ