วันแห่งความรักกับSymphonic Band
**ครูโอ๋ ครูละครท่านหนึ่งเคยพูดกับพวกเราสมัยอยู่ปีหนึ่งว่าพวกคุณทุกคนโชคดีนะที่ได้มาเรียนที่นี่เพราะไม่ว่าคุณจะเรียนคณะไหนเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วคุณจะมีโอกาสได้เสพศิลปะทุกวัน
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งต้องสมมติเอาเองว่ายังอยู่ในฤดูหนาว นักศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ก็จะเริ่มเยือนทับแก้ว เพื่อประชาสัมพันธ์คอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเขา สองปีที่ผ่านมาใช้ชื่อว่าSymphonic in loveนะ ซึ่งคอนเสิร์ตก็จะจัดในช่วงวันวาเลนไทน์ หรือวันสะดวกที่ใกล้วาเลนไทน์มากที่สุด บรรเลงเพลงรักด้วยดนตรีคลาสสิค ว้าว...ใครมีแฟนอย่าพลาดเชียว ของฟรีหนึ่งปีมีครั้งที่จะได้สัมผัสศิลปะชั้นสูงของมวลมนุษยชาติ(งานที่จัดไปเมื่อวันวาเลนไทน์ปี 2549 เก็บตังค์แล้วนะคะ บัตรเข้าชม 35 บาทมั้ง ถ้าจำไม่ผิด ใครไปดูมาช่วยยืนยันหน่อย เพราะวันนั้นเราติดสอบ ไม่ได้ไปดู)
แต่ถึงแม้จะเก็บตังค์แล้ว ประชาชนชาวทับแก้วก็ยังสนับสนุนเป็นอย่างดี คนแน่นเหมือนเดิม คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นเพื่อโชว์ผลงานของวงซิมโฟนิคแบนด์ ซึ่งซ้อมมาอย่างดีเพื่ออวดสายตาพี่น้องชาวศิลปากรและกระชับสัมพันธ์ เพราะคณะดุริยางค์ เรียนที่ตลิ่งชัน ค่อนข้างไกลผู้คนหน่อย เราชาวทับแก้วก็ยินดีต้อนรับเพื่อนดุริยางค์มาทุกเทอมเลยก็ดีนะ เมื่อสองปีก่อนมาทั้งเทอมแรกและเทอมสองนะ แต่ปีหลังๆมานี่มาปีละครั้งเอง
เพลงที่นำมาเล่นก็มีทั้งเพลงคลาสสิค เพลงฮิตที่รู้จักกันทั่วไป เพลงการ์ตูน (เพลงแถมของทุกคอนเสิร์ตคือเพลงโดเรมอน ฟังเป็นเวอร์ชั่นคลาสสิคก็แปลกดีนะ) แล้วแต่ธีมของคอนเสิร์ตนั้น เช่น ธีมภาพยนตร์ ก็จะนำเพลงประกอบภาพยนตร์ต่างๆมาเล่นให้ฟังกัน
แล้วเพลงคลาสสิคก็เป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่ง
ที่เราเสพได้ไม่รู้เบื่อ
**ครูโอ๋เคยพูดไว้ตอนที่สอนวิชามนุษย์กับศิลปะ (Man and Art) วิชาบังคับอักษรศาสตร์ปี 1
เทศกาลละครธีสิสของคณะอักษรศาสตร์
ต้นเดือนธันวาคมของทุกปี เทศกาลละครธีสิสของภาควิชานาฏศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ก็จะเริ่มขึ้น (ไม่แน่ใจว่าเรียกเป็นภาษาไทยว่า นาฏการนิพนธ์ หรือเปล่าพี่แคมป์ช่วยบอกหน่อยค่ะ) ละครเรื่องแรกอาจจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนธันวาคมเลยก็ได้ โดยสัปดาห์หนึ่งจะเล่น 2 เรื่อง วันจันทร์-อังคาร 1 เรื่อง วันพุธ-พฤหัส 1 เรื่อง สถานที่ก็จะสลับกันไปคือโรงละครทรงพลและอาคารวัชรนาฏยสภา(เอ4)
เทศกาลละครจะยาวนานไปจนเกือบสิ้นเทอมคือประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยแต่ละปีจะมีละครเฉลี่ยประมาณ12-15 เรื่องหรืออาจจะมากกว่านั้น (ตามจำนวนนักศึกษาเอก-โท นาฏศาสตร์ เพราะต้องเขียนบทและกำกับเองคนละ 1 เรื่อง)
ในละครแต่ละเรื่องจะเรียกเป็นศัพท์ภาษาคนเบื้องหลังว่า โปรฯเรื่อง...(มาจากคำว่าโปรดักชั่น) ซึ่งสมาชิกในแต่ละโปรมิใช่มีเพียงเด็กอักษรเท่านั้น พี่น้องชาวศิลปากรทุกคนมีสิทธิ์จะเป็นส่วนหนึ่งของโปรฯ ได้แล้วแต่ความสมัครใจและการไหว้วานของเจ้าของโปรฯ ซึ่งก็คือนักศึกษาเอก-โท นาฏศาสตร์ ที่เป็นผู้กำกับนั่นเอง สิ่งที่พบได้บ่อยในโปรฯต่างๆก็คือพรรคพวกเด็กละครที่เป็นรุ่นน้อง หรือเพื่อนเอกอื่นๆ คณะอื่นๆ ที่รับหน้าที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะจัดไฟ กำกับเสียง ถ่ายภาพ กำกับเวที
ส่วนนักแสดง บางคนอาจจะคิดว่าเด็กอักษรคงจะมีพรสวรรค์ด้านการแสดงมากเป็นพิเศษ คงจะมีแต่เด็กอักษรที่เป็นนักแสดงได้ เป็นความคิดที่ผิดค่ะ เพราะที่ศิลปากร ทุกคนสามารถเป็นนักแสดงได้ ไม่ว่าจะอยู่คณะไหน สาวสถาปัตย์ก็เป็นนางเอกละครอักษร(เรื่องแสงเทียนไง) อาจารย์คณะสถาปัตย์ ก็เคยมารับบทพระเอกให้ละครอักษร รุ่นพี่วิศวะ ก็เคยตีบทเกย์แตกมาแล้วเหมือนกัน
เมื่อเทศกาลละครมาถึงใครสนใจละครเรื่องไหนก็ตามไปดูได้ตามวันและเวลาที่กำหนด ราคาบัตรก็ไม่แพงเลย เป็นราคานักศึกษาแท้ๆ ถือเป็นความบันเทิงน่ารักๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์เด็กทับแก้วอีกอย่างหนึ่ง
เสริมนิดนึง ช่วงที่อากาศหนาวจัดๆ (เอ๊ะ...มีด้วยเหรอ) เอาเป็นว่าหนาวกว่าปกติมากหน่อย พอเดินออกจากเอ4 ก็นั่งชิวต่อที่สระแก้วกันสักพัก หรือไม่ก็ปั่นจักรยานไปหาอะไรกินให้อุ่นท้องที่ลานอาหารตึก 50 ปี แล้วค่อยกลับหอก็ดีเหมือนกันนะ เป็นความสุขแบบพอเพียงของพวกเราโดยแท้
อ่านแล้วเริ่มคิดถึงมหาลัยกันแล้วใช่ไหมล่ะ
งั้นกลับไปดูละครด้วยกันสักเรื่องไหม