2007/Jan/26

หลังจากเรียนจบมาได้เกือบปี ฉันก็โหยหาชีวิตแบบเด็กมหาลัยเสียจริง

รู้สึกมาตลอดว่าทำไมเราเรียนจบเร็วจัง เพิ่งจะจบมัธยมมาไม่ทันไรก็จบปริญญาตรีซะแล้ว

เวลาคิดว่าจะกลับไปนครปฐมทีไร ในใจจะรู้สึกตื้นเต้นอารมณ์ราวกับจะไปออกเดทเลยล่ะ ยิ่งตอนนั่งรถตู้ต่อสุดท้ายจากปิ่นเกล้าความตื่นเต้นจะทวีคูณเพราะไม่รู้ว่าไปถึงแล้วจะเป็นยังไงบ้าง ทับแก้วจะยังเหมือนเดิมไหม ต้นไม้จะยังเขียวขจีสดใสอยู่รึเปล่า อากาศจะร้อนแค่ไหน ไปถึงแล้วจะได้เจอใครบ้าง แล้วตัวเราจะต้องไปไหนบ้าง คิดไปต่างๆนานาสารพัด แต่พอลงจากรถความคิดคำนึงทั้งหมดจะหยุดลง

ภาพตรงหน้าคือป้ายมหาวิทยาลัยกับรั้วสีเขียวที่แสนจะคุ้นเคย และถนนที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้ามหาลัยไปจรดประตูหลัง ฉันหยุดนิ่งและนึกไปถึงวันที่ฉันยืนอยู่จุดนี้เป็นครั้งแรก

ป้ายใหม่

ป้ายเก่า


เมื่อ5 ปีก่อน นั่นคือวันสัมภาษณ์หลังจากประกาศผลสอบเอนทรานซ์ ในตอนนั้นป้ายมหาวิทยาลัยยังเป็นป้ายเก่าซึ่งทำจากแกรนิตสีเทาตัวอักษรสีทอง ถนนฝั่งสนามฟุตบอลยังสร้างไม่เสร็จเลย ฉันถามพี่สาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นว่า คณะอักษร ไปทางไหนคะ พี่คนนั้นเรียนอยู่ปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ ชี้ไปที่ตึกสีขาวสูง 8 ชั้นที่อยู่ใกล้กับประตูหน้ามหาวิทยาลัยมากที่สุดแล้วบอกว่า ตึกสีขาวนั้นล่ะค่ะ

ตึกสีขาวหลังนั้น

วันนี้ ฉันกลับมายืนที่เดิมอีกครั้ง 5 ปี ผ่านมาแล้ว วันนี้ฉันพยายามทำให้ตัวเองรู้สึกเหมือนกับว่าฉันเพิ่งจะมาจากบ้านและกำลังจะกลับมาเรียนเหมือนที่เคยทำ ทันทีที่เดินผ่านรั้วเข้ามาในบริเวณมหาวิทยาลัยเท่านั้น เสียงนกร้องดังมาจากที่ไม่ไกลนัก เป็นเสียงนกร้องที่คุ้นเคยแต่ไม่ได้ยินมานานแล้ว คุ้นเคยจนเหมือนไม่ตั้งใจฟัง แต่เมื่อไม่ได้ยินมานานและวันนี้นกยังร้องเหมือนเดิม รู้สึกว่านกที่นี่ร้องเพราะจังนะ

จักรยานใครไม่รู้ คิดถึงจักรยานของตัวเองเลยถ่ายมา

ฉันเดินไปเรื่อยๆจนถึง ตึกสีขาวนั้น ที่ที่เมื่อ 5 ปีก่อนฉันไม่ได้รู้จักมักคุ้นซะเลย แต่ในวันนี้ฉันกลับมาในฐานะเพื่อนเก่า เดินไปตามลานโล่งๆใต้ตึก วันนี้วันเสาร์ทำไมลิฟท์จึงเปิดใช้งาน มีคนเดินออกมาจากลิฟท์ด้วย ข้างบนเขาทำอะไรกัน (เพิ่งรู้ทีหลังว่ามีสอบเข้าป.โท) พอมายืนหน้าลิฟท์ใจก็สั่งให้ทำในสิ่งที่คุ้นเคย นั่นคือการกดลิฟท์และรอลิฟท์เปิด วันนี้มีฉันยืนรอลิฟท์ลำพัง ไม่มีคนยืนเม้าท์ต่อแถวเป็นเพื่อน ไม่มีการจราจรติดขัดตรงหน้าลิฟท์ในช่วงเปลี่ยนคาบเรียน ไม่มีรุ่นน้องปี 1 คณะวิดยา คณะเทคโนฯ มาเรียนวิชาบังคับที่นี่ โถงโล่งๆหน้าลิฟท์เงียบเหงาจนวังเวงหัวใจ


พอขึ้นมาถึงชั้น 8 ก็ได้เห็นวิวที่คุ้นเคย ตึกคณะเทคโนฯอยู่ไกลลิบทางฝั่งซ้าย อาคารหอสมุด หอพัก คณะวิทยาศาสตร์ สระแก้วและสะพาน ถ้ามองใกล้มาอีกหน่อยก็จะเป็นสระดาวและสะพานข้ามดาว ลานทรงพล คนอ. ทุกสิ่งยังคุ้นตาเหมือนที่เคยเห็นในอดีต

จากตึก 50 ปี เราไม่สามารถมองเห็นองค์พระปฐมเจดีย์ได้ เพราะโดนตึกวิทยาศาสตร์บังไว้ น่าเสียดายจริงๆ แต่เราจะเห็นพระที่นั่งองค์หนึ่งในพระราชวังสนามจันทร์ได้จากที่ชั้น 8 นี้ คือพระที่นั่งหลังหลังคาทรงไทย(จำชื่อไม่ได้)

ขาลงจากตึก 50 ปี ฉันตัดสินใจที่จะเดินลงบันไดจากชั้น 8 สู่ชั้น 1 อะไรๆยังคงเหมือนเดิม บางทีเวลาปีเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนอะไรๆจากหน้ามือเป็นหลังมือหรอกกระมัง

ที่สะพานข้ามดาว ทางเดินดูจะไกลมากกว่าเดิมเมื่อต้องมาเดินคนเดียวแบบนี้ สระดาวเต็มไปด้วยใบไม้แห้งที่ร่วงหล่น ทางเดินแคบๆข้างตึกเก่าก็เต็มไปด้วยใบไม้แห้งเช่นกัน

สระดาว

เดินต่อไปที่พระราชวังสนามจันทร์ วันนี้พี่ทหารของตรวจกระเป๋าอย