ก้อนหินพุ่งกระทบกำแพงศิลาเกิดเสียงดัง
ความดังของเสียงนั้นสงบเงียบลงในพริบตา
ก้อนหินหล่นกระทบผิวน้ำเกิดระลอกคลื่น
วงคลื่นนั้นขยายเนิบออกไปสู่ความสิ้นสุดที่ขอบสระ
ก้อนหินเข้ากระทบแผ่นแก้วเกิดรอยร้าว
รอยร้าวนั้นคงที่อย่างยากจะประสานคืน
ส่ำเสียงและรูปลักษณ์นานา
กระทบตาแล้วเกิดปฏิกิริยาทางใจ
น้อยคนมีใจเหมือนกำแพงศิลาที่ดังวูบเดียวแล้วเงียบหาย
หลายคนมีใจเหมือนผืนน้ำจำกัดเขตความกระเพื่อม
ส่วนใหญ่มีใจเหมือนแผ่นแก้วเปราะบางพร้อมร้าวถาวร
ใจที่ว่างจากรอยร้าว
ต้องแกร่งแน่นเหมือนหินผา
หรือนุ่มเย็นดุจลำน้ำเรียบ
ไม่มีใครใจแกร่งตั้งแต่เกิด
ความแกร่งเกิดจากขันติและอุเบกขา
ขันติคือตั้งใจอดกลั้นไม่หุนหันพลันแล่น
อุเบกขาคือเห็นโทษของการถือสาและประโยชน์ของการวางเฉย
ไม่มีใครใจเย็นตั้งแต่เกิด
ความเย็นเกิดจากเมตตาและอุเบกขา
เมตตาคือปรารถนาดีต่อผู้อื่นเสมอตน
อุเบกขาคือเห็นตามจริงว่าทุกคนไม่ได้ทำใครมากกว่าทำตัวเอง
จากเรื่อง คิดจากความว่าง โดย ดังตฤณ
***************************************
คนเราชอบคิดว่าตัวเองกำลังถูกทำร้าย ไม่ได้มองมาที่ตัวเองว่าที่เราคิดแบบนั้นเพราะว่าใจเราไปยึดกับการกระทำของคนอื่น ถ้าเราไม่ไปเพ่งมองในทางนั้นแล้ว ก็ไม่มีใครมาทำร้ายเราได้อย่างแท้จริง เราเคย "มีใจเหมือนแผ่นแก้วเปราะบางพร้อมร้าวถาวร" ก็จริง (แต่ก็ไม่ได้ยอมให้มันร้าวอยู่อย่างนั้นหรอกนะ) ตอนนี้จึงพยายามหลอมมันขึ้นมาใหม่ให้แกร่งกว่าเดิม
ยิ่งเราเจ็บ..ยิ่งเราโทษคนที่ทำไม่ดีกับเรา
เรานี่แหละทำร้ายตัวเองไม่เลิก
ก้อนหินก้อนนั้น - โรส
เคยมีใครสักคนได้บอกฉันมา
ว่าเวลาใครมาทำกับเราให้เจ็บช้ำใจ
ลองไปเก็บก้อนหินขึ้นมาสักอัน
ถือมันอยู่อย่างนั้นและบีบมันไว้
บีบให้แรงจนสุดแรง ให้มือทั้งมือมันเริ่มสั่น
ใครคนนั้นยิ้มให้ฉัน ถามว่าเจ็บมือใช่ไหม
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง
ใครมาทำกับเธอให้เจ็บหัวใจ
ก็แค่ให้ก้อนหินก้อนนั้นให้เธอรับมา
เพียงเธอจับมันโยนให้ไกลสายตา
หรือเธอปรารถนาจะเก็บมันไว้
หากยิ่งยอมยิ่งแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น
หากยังทำตัวแบบนั้น ถามว่าปวดใจใช่ไหม
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง
ตัวเราเองนี่แหละทำร้ายตัวเอง แล้วเจ็บสุดๆๆ เวลาเกิดปัญหาก็นึกถึงเพลงนี้เหมือนกันคล้ายจะให้มันปลอบใจให้เรา
เอ่อ..แบบว่า
ตื่นเหอะนะ ตื่นเถอะ