2007/Sep/29

คนที่ไม่ได้เรียนเอกบรรณารักษ์ ก็จะไม่รู้ว่าเด็กบรรณารักษ์เขาเรียนอะไรกัน
หรือถึงแม้จะรู้ว่าเรียนอะไร ก็จะไม่รู้ว่าเรียนจบไปเขาทำอะไรได้บ้าง
ต้องเป็นบรรณารักษ์เท่านั้นหรือ
เรามาหาคำตอบกันนะ

ใครที่เพิ่งเปิดมาเจอหน้านี้
ขอแนะนำให้อ่านเอนทรี่ที่แล้วก่อนนะ จะได้ไม่งง
ความเดิม

********************************************************

ตอนที่แล้วสร้างความเซอร์ไพรส์ไว้ให้ โดยการบอกว่าน้องเอกบรรณฯของเราเนี่ยไปต่อปริญญาโท สาขาวิศวกรรมศาสตร์ได้นะ เดี๋ยวก็ได้เฉลยแล้วว่าน้องเขาไปยังไงมายังไง

เริ่มกันที่ก่อนการเสวนาจะเริ่ม ครูรุ่งบอกว่าวิทยากรขาดไป 1 คน สักพักก็เห็นผู้หญิงรูปร่างสันทัด ตัดผมสั้น ตาโตคมเข้ม แต่ชุดเครื่องแบบตำรวจเดินเข้ามา ยังไม่ทันได้แนะนำอะไรก็พาขึ้นเวทีกันไปหมดแล้ว เราก็นั่งเซ็ทกล้องไป แล้วครูผึ้งก็เดินมานั่งด้วยพร้อมกับครูนุช

เริ่มกันที่วิทยากรคนแรก
พี่พุทนั่นเอง ตำรวจหญิงสุดเท่ของเรา

พี่พุทบอกว่าเขาเรียนเอกบรรณได้ A ทุกตัว ยกเว้นวิชา LC เพราะความประมาท (ได้ยินเสียงฮือดังลั่นห้อง อนุมานว่าเกิดจากความทึ่งนั่นเอง)

พอเรียนจบก็เรียนต่อปริญญาโททันทีในสาขาบรรณารักษศาสตร์ที่ ม.ธรรมศาสตร์ เพราะความตั้งใจเดิมที่อยากเป็นอาจารย์สอนบรรณารักษ์ก็เลยไปเรียน ระหว่างรอเปิดเทอมป.โท ก็ไปทำงานเป็นบรรณารักษ์ให้กับห้องสมุดบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และลาออกมาเรียนต่อเมื่อเปิดเทอม

ระหว่างที่เรียนป.โท อยู่ ญาติของเขาชวนไปทำงานอาจารย์สอนบรรณารักษ์ที่ ม.ราชภัฎแห่งหนึ่ง อีกด้านหนึ่ง รร.นายร้อยตำรวจสามพรานรับสมัครบรรณารักษ์ และพี่พุทก็เกิดในครอบครัวตำรวจ จึงได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว แล้วเขาก็สอบติดเป็นอันดับ 1 หลังจากสอบได้ต้องฝึกหนักเหมือนนักเรียนนายร้อย เป็นเวลา 4 เดือน จึงได้ติดยศ

ระหว่างนั้นก็เรียนปริญญาโทไปด้วยซึ่งใช้เวลานานถึง 4 ปีกว่าจะเรียนจบ ต่อมาได้ย้ายมาทำงานตำแหน่งนายเวร (ตอนแรกงงเหมือนกันว่าคืออะไร พี่พุทบอกว่านายเวร ทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วย+เลขา ซึ่งเจ้านายในที่นี้ก็คือท่านนายพลนั่นเอง) ระหว่างที่ทำงานต้องลางานไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาทุกวันพุธ (ลำบากเนอะ)

ความรู้ที่ได้จากการเรียนบรรณารักษ์นำไปใช้อย่างไร
- การจำแนกเอกสาร การจัดหมวดหมู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในสายเลือดเด็กบรรณารักษ์อยู่แล้ว
- บรรณารักษ์ทำให้เราเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน พี่พุทเล่าว่าพี่จดทุกอย่าง บางครั้งนายแค่พูดขึ้นมาเฉยๆ แม้ไม่ใช่คำสั่งแต่เราต้องจำและปฏิบัติตามให้ได้ ต้องใส่ใจรายละเอียดทุกอย่าง เช่น การติดเครื่องยศตำรวจของนายเวลามีงานพิธีสำคัญๆ นายจะเห็นหมด ป้ายชื่อเบี้ยวแม้แต่ 1 องศา ท่านก็เห็น ดังนั้นความละเอียดรอบคอบเป็นเรื่องสำคัญ
- บรรณารักษ์ให้ความละเอียดและระเบียบ แต่การฝึกเป็นตำรวจทำให้เป็นคนมีวินัย

วิทยากรคนที่สอง
พี่สมปอง บรรณารักษ์แห่งห้องสมุดคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พี่สมปองเรียนตั้งใจเรียนวิชาเอก เศรษฐศาสตร์ แต่ว่าวิชาเศรษฐศาสตร์ไม่มีเป็นวิชาเอก (แม้แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มี) ก็เลยเรียนวิชาเอกบรรณารักษ์ โทเศรษฐศาสตร์

เริ่มทำงานครั้งแรกที่วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล ศาลายา ต่อมาไปทำงานที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ที่ตลิ่งชัน และที่ปัจจุบัน ในการทำงานครั้งแรกไม่ได้ตั้งใจทำงานบรรณารักษ์แต่เหมือนโชคชะตาพาไป เป็นบรรณารักษ์มาตลอด 10 ปี และคิดว่าจะเป็นไปเรื่อยๆ เพราะชอบงานนี้

พี่สมปองเล่าว่า ตอนที่มาอยู่ที่ห้องสมุดคณะทันตแพทยศาสตร์ใหม่ๆ 3 เดือนแรกแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากการจัดชั้นหนังสือ เพราะเป็นนโยบายของหัวหน้าห้องสมุดสมัยนั้นว่าบรรณารักษ์ควรจะรู้จักทุกซอกทุกมุมของห้องสมุด ควรจะรู้ว่าหนังสือเล่มไหนอยู่ตรงไหนบ้าง ในการทำงานตามนโยบายของห้องสมุดที่นี่ เน้นให้บริการนักศึกษาปริญญาตรี

ความรู้ที่ได้จากการเรียนบรรณารักษ์นำไปใช้อย่างไร
- ไม่ต้องชี้แจงแล้วมั้ง

วิทยากรคนที่สาม
พี่ทอมมี่ ทำธุรกิจส่วนตัว Event organizer

ตอนเริ่มคุย พี่ทอมมี่ออกตัวก่อนเลยว่า อย่าถามเรื่องเกรด อย่าถามเรื่องการส่งงานนะ เพราะว่าตรงกันข้ามกับพี่พุทโดยสิ้นเชิง

ที่ต้องพูดแบบนี้ พี่ทอมมี่เล่าว่าสมัยเรียนก็เรียนไม่ค่อยดี ไม่ค่อยเข้าเรียน ทำกิจกรรมมาก งานก็ส่งช้า ตอนที่จบมาก็ได้เกรด 2.00 กว่าๆ (ไม่ถึง 2.5) เท่านั้น

แต่เพราะเป็นคนทำกิจกรรมมาก สมัยเรียนได้ลงวิชาแต่งหน้าจากเอกละคร จึงไปรับจ๊อบแต่งหน้าที่ The body shop เรียนจบก็ทำงานนี้มาพักหนึ่งก็ลาออก ไปสมัครงานที่ใหม่ ได้งานผู้ช่วยนักการเมือง แล้วลาออกมาดูแลอาม่าที่บ้าน สุดท้ายจึงเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง

ตอนนี้พี่ทอมมี่มีสถานีวิทยุชุมชนของตัวเองอยู่ที่ปราณบุรี แล้วก็ทำ Event organizerไปด้วย ในเขตภาคกลางตอนล่าง ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ท่าทางยุ่งมากๆทีเดียว แต่ก็ดูมีความสุขดี

ความรู้ที่ได้จากการเรียนบรรณารักษ์นำไปใช้อย่างไร
- พี่ทอมมี่ออกตัวว่างานที่ทำไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบรรณารักษ์เลย สิ่งที่ได้จากที่นี่กลับเป็นความอ่อนน้อม เพราะที่ทับแก้วเราอยู่กันอย่างครอบครัว และเนื่องจากงาน Event organizer เวลาไปทำงานต่างจังหวัดต้องเข้าหาผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก เราจะไม่เก้อเขินเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ และเราใช้ความจริงใจในการทำงาน

มีอยู่ครั้งหนึ่งจะไปติดต่องานกับนายก อบจ.(ที่ไหนเราก็จำไม่ได้) พี่ทอมมี่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวโทรมๆ กวาดใบไม้ที่สนามหญ้าอยู่ พี่ก็เข้าไปหาเขาแล้วยกมือไหว้ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเธอคนนี้เป็นใคร อาจจะเป็นนักการภารโรงก็ได้แต่เราจะสุภาพกับทุกคน สรุปการติดต่องานในครั้งนั้นพี่ทอมมี่ได้งานไป เพราะผู้หญิงคนนี้คือภรรยานายก อบจ.


How deep is your love


ปล. ตอนแรกว่าจะไม่เขียนลงบล็อกแล้วนะ
แต่ก็เปลี่ยนใจ "เผื่อ" มีประโยชน์กับใครสักคน..แค่นี้ก็ดีใจแล้ว

Comment

Comment:

Tweet


ขอบคุณพี่มากเลยนะ มีประโยชน์มากเลย ตอนนี้อยู่เอกบรรณปี3 ที่ ศิลปากรเนี่ยแหละค่ะ

เมื่อวันที่พวกพี่ๆมากัน หนูไม่ได้ไป เสียดายมากเลยค่ะ พอดีหนูต้องอยู่ทำงานของชมรม ดีใจที่พี่เอามาลงในบล็อก ขอบคุณค่ะ
#7 by 0548316 (124.121.41.113) At 2007-10-16 14:54,
เขียนได้ละเอียดถี่ถ้วนเชียวเอ็ง
ดีจัง ^^
ปล.ไม่ต้องเขียนเรื่องกรูหรอกกก
ตอบอะไรไปไม่รุ ไม่มีสติ
ปล. เพื่อนแกกะลังจะพิการโดยสมบูรณ์ หมอส่ายหน้าใส่กรูเป็นรอบที่ร้อยแล้ว ><"
#6 by musiclover (203.147.19.17) At 2007-10-01 00:55,
โว้...ดีจัง

น่าเรียนจังเลยเนอะ เอกนี้..
((รู้เมื่อสาย ))

รักษาสุขภาพนะคะพี่โรส
ออนใกล้จะสอบเสร็จแล้วคะ
#5 by รักคือ? At 2007-09-30 20:40,
การเรียนรู้เป็นส่วนช่วยให้ทางฝันชัดเจนขึ้น..ถึงแม้บางครั้งเราอาจจะไม่ได้ใช้วิชาที่เรียนมาเต็มที่..บางอย่างก็ดัดแปลงมาใช้ได้...เท่ดีเนาะ เป็นตำรวจหญิงด้วยอ่ะ
#4 by ไอ้แป้น : i-phan At 2007-09-30 00:08,
มั่ยเหนมีพุดถึงต้อง

ปอลอพุดถึง อีพี่ทอมมี่เนี่ยก้อน่ากัว
ตอนกรุปีหนึ่ง
จะเข้าให้มานอนค้าง เข้าว้ากให้ได้เลย
ก้อน่ากัวมั๊ยล่ะ
ใครใครก้อร่ำลือว่านาง~?? เป็นสอสอ

สอสอ ย่อมาจากสาวเสียบ
พุดแค่นี้คงจะเข้าจัย


ปอลอวันนี้ไปกินราเมงกะ มะเหมี่ยวที่รัก อร แป้งและโอมมาด้วยละ

บอกให้อิจฉาเล่นๆ
#3 by เบีย (203.113.35.11) At 2007-09-29 23:18,
เคยคิดอยากเป็นบรรณารักษ์เหมือนกันค่ะ
เพราะคิดว่าคงได้อยู่กับหนังสือทั้งวัน55+
อยากอ่านหนังสือฟรีว่างั้นแหละค่ะ
#2 by daranee At 2007-09-29 20:58,
เอนทรี่นี้ยาวสะใจจริงๆ