20 ตุลาคม 2550
รวมพล 9 โมงเช้า มุ่งตรงสู่ดอนหอยหลอด
10 โมงกว่า
ผ่านโรงเรียนบ้านฉู่ฉี่ เอ๊ะ!!คุ้นๆ
เราเคยมาจัดกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่..ที่นี่แหละ
ไปสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
มองไปรอบๆเป็นที่ที่เรามานั่งกินข้าวกลางวันกับเพื่อนๆที่นี่
ภาพต้อง มายด์ ปอน หัวเราะกันยังติดตา 2 ปีกว่าแล้วเหรอเนี่ย
เนื่องจากเพิ่งออกเจ คนใส่ชุดขาวมายืนเต็มไปหมด สงสัยมาส่งเจ้ามั้ง
11.00 โดยประมาณ
อุทยานร.2
เดินชม เดินชิว เดินถ่ายรูป (อันหลังนี่เยอะสุด)
เรือนไทยสวยมาก ชอบมากจริงๆ เสียดายขึ้นไปชมไม่ได้
12.00
หาทางเข้าที่พัก เริ่มหิวข้าว
ไปถึงที่พัก เรือนบุษบาโฮมสเตย์
มีคุณยายเดินมาต้อนรับ น่ารักจัง
คุณยายแดง ช่วงสุวรรณ
เจ้าของรางวัลประกอบอาหารจากส้มโอรางวัลที่ 1
รางวัลทำห่อหมดอันดับ 1
(การันตีว่ามาอยู่โฮมสเตย์นี้ไม่อดตายจริงๆค่ะท่านผู้ชม)
ทันทีที่เข้าบ้าน แก๊งค์ 5 ทำอะไรเหมือนๆกันไปหมด
วิ่งไปที่ระเบียงบ้านที่ยื่นไปในน้ำ เอาขาแช่น้ำเย็นๆ
โฮมสเตย์นี้ติดแม่น้ำแม่กลอง (ไม่ได้ติดคลองนะ)
นั่งเล่นพอหายเหนื่อย (แต่หิวมาก) ฟังคุณยายเม้าท์นู่นเม้าท์นี่ไปก็เพลินดี
ออกไปเที่ยว ไหว้พระดีกว่า
13.00 วัดบางกุ้ง
หาข้าวกินที่นี่จากเพิงข้างทาง
ต่อด้วยการไหว้พระในโบสถ์เก่าแก่ที่มีต้นโพธิ์ขึ้นคลุมทั้งสี่ด้าน
มหัศจรรย์มากแต่เสียดายจิตรกรรมฝาผนังที่โดนความชื้นทำลายหมดแล้ว
ไหว้พระ รดน้ำมนต์ ทำบุญ เป็นสิริมงคลแล้ว
ไปตลาดที่จอดรถแน่นมาก ขนาดแค่บ่ายสองโมงนะ
เริ่มเหนื่อย เปลี้ย จากความร้อน กลับที่พักดีกว่า
14.30 ที่โฮมสเตย์
คุณยายบอกว่ายน้ำได้ แก๊งค์ลิงมีหรือจะรอช้า
โดดน้ำสิคะ
ไม่พลาดหรอก เกิดมาไม่เคยว่ายน้ำในแม่น้ำมาก่อนตื่นเต้นจัง
น้ำเย็น สบาย ชิว มีความสุข
แถมเอาเรือมาพายอีก มันมาก..พายไม่เป็น
พยายามแล้ว ทำไมยังไม่ได้ไม่รู้ คราวหน้าเอาใหม่ละกัน
17.30 เวลาอาหารเย็น
คุณยายเสิร์ฟอาหารเย็นในราคาหัวละ 50 บาท (ถูกดีเนอะ)
ประกอบด้วย น้ำพริกกะปิ+ผักจิ้ม ปลาทูทอด แกงส้มยอดมะพร้าว ต้มจืดฟัก
20.15 เรือมารับไปตลาด+ดูหิ่งห้อย
20.30 เดินชมตลาด
กินไอติมโฮมเมด รสกระท้อน อร่อยสะใจ แต่ก็ยังคิดถึงไอซเบิร์กที่นครปฐมอยู่ดี
21.30 ล่องเรือชมหิ่งห้อย
หิ่งห้อยส่องแสงแว้บๆอยู่ตามต้นไม้น่ารักเชียว
อากาศบริสุทธิ์ แม่น้ำแม่กลองกว้างขวาง (บ้านนอกมากไม่เคยล่องแม่น้ำ)
ลมเย็นเป็นบ้า หน้าชา+หัวฟู หนาวด้วย หุหุ
22.45 กลับถึงที่พัก
เตรียมตั้งวงต๊อก
เจ้าของบล็อกต๊อกไปประมาณ 8 ช็อต
On the rock อีก 2
แล้วนางเมรีก็คืนชีพสยอง (สยองจริงๆแทบตายเลยล่ะ)
ไม่มีวงเหล้าที่ไหนรักสงบเท่าวงนี้แล้ว เงี้ยบ..เงียบ จริงๆนะ
อวสานวงเหล้าเวลา เที่ยงคืนพอดิบพอดี
เช้าวันอาทิตย์ 21 ตุลาคม 2550
6.00 คุณยายมาปลุกตักบาตร
ปลุกนางเมรีให้กลับเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง (กว่าจะหลับก็เกือบตีสี่)
เปิดประตูออกมา ภาพที่เห็น
แม่น้ำแม่กลองที่ปกคลุมด้วยสายหมอกเต็มลำน้ำ
กรี๊ดดด ประทับใจสุดๆ นี่แหละภาพที่อยากเห็นที่สุดของทริปนี้
ดื่มด่ำเข้าไปบรรยากาศ รอพระด้วยใจจดจ่อ
แปลกใจและตื่นเต้นมากตอนที่เห็นพระพายเรือมา เก่งจังค่ะ
คุณยายบอกพระที่นี่ชำนาญแล้ว ใครอยากบวชแถวนี้ต้องฝึกพายเรือ
รับประทานข้าวต้มเป็นอาหารเช้า
9.00 เดินทางออกไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก
เกือบ 10 โมง ถึงตลาดน้ำ ล่องเรือชมตลาด คนเยอะมาก
การจราจรทางเรือก็ติดขัด
ไม่เหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนที่มากับเพื่อนๆเอกบรรณฯเลย (ทริปรับน้องเข้าเอก)
12.00 ถึงองค์พระปฐมเจดีย์ นครปฐม
ไหว้พระ หาข้าวกิน นัดป้อมให้พาไป
สโนว์ไวท์ปิด อดกิน ฮือๆ เสียใจอยากกินพิซซ่าหน้าล้น
15.45 ทับแก้ว
กลับไปเก็บตกความทรงจำ ไปแบบเหนื่อยๆ
เคยมีคนบอกว่าถ้าลืมสิ่งของไว้ที่นี่ก็จะได้กลับมาอีก
เจ้าของบล็อกถามตัวเอง ลืมอะไรไว้เหรอ?
สงสัยจะไม่เคยเอาอะไรกลับออกไปเลยล่ะสิ..ถึงได้กลับมาบ่อยขนาดนี้
17.30 ออกจากทับแก้วกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
วันแห่งจินตนาการ
เป็นหนึ่งวันที่ไม่มีผู้คน ไม่ต้องร้อนรนผู้คนมากมาย
วันที่ดีที่ไม่วุ่นวาย ที่มองไปก็เจอเพียงแต่เธอและฉัน
มองออกไปที่ถนน ไม่มีรถยนต์ไม่มีม่านควัน
มีแต่เธอและตัวฉัน ช่างเป็นวันที่ดี
นั่นเป็นเพราะ มันเป็นแค่ความฝัน
วันแห่งจินตนาการได้แต่ฝันไป เราไม่เคยเห็นมัน
เพียงปล่อยใจให้ความฝัน เตือนว่าอย่าคิดมากไป
สุดท้ายทุกวันก็คือทุกวัน
เป็นหนึ่งวันที่ดวงจันทร์ร้องเพลง มีฟ้าบรรเลงส่งแทนเสียงดัง
ดาวส่องแสงให้คนนั่งฟังที่ทุกครั้งได้ฟังก็ยังเก็บไปฝัน
มองออกไปสุดขอบฟ้า ไม่มีรถราแข่งแสงแย่งกัน
มีแต่เธอและตัวฉัน ช่างเป็นวันที่ดี
นั่นเป็นเพราะมันเป็นแค่ความฝัน
วันแห่งจินตนาการได้แต่ฝันไป เราไม่เคยเห็นมัน
เพียงปล่อยใจให้ความฝัน เตือนว่าอย่าคิดมากไป
สุดท้ายทุกวันก็คือทุกวัน
แอบไปอัมพวาบ้านเค้ามาก็ไม่บอก
เยี่ยม