2008/Jun/13

 

สัปดาห์ก่อน  เจ้าของบล็อกจะเป็นบ้าเพราะเรื่องการหางาน
และแล้วพี่เจย์ก็แนะทางสว่าง  (ซึ่งจริงๆแล้วเราเคยทำแต่ไม่ได้ผล)
เราก็เลยทำตามที่พี่เจย์บอกมา

หลังจากส่งเรซูเม่ไปแบบไม่คิดอะไร  3 ที่
ผ่านไป 2 วัน

โทรศัพท์ดัง....เรียกสัมภาษณ์
ตอนแรกว่าจะไม่ไป  เพราะคิดว่าไปก็คงไม่ได้หรอก
แต่ก็ตกปากรับคำว่าจะไปนะ

ก่อนสัมภาษณ์ 1 วัน 
เราเอาประกาศรับสมัครงานนี้มาอ่านอีกรอบ
ตายละวา...เขาบอกว่า
1 - 3 years experience in hotel business
ปอดเริ่มแหกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ประสบการณ์ทำงานธรรมดามีแค่ 3 เดือน
ประสบการณ์งานโรงแรม....ไม่มีเลย
จะรอดไหมล่ะเนี่ย 

ปอดแหกมาก  ทนไม่ไหว 
เบื่อแล้วไงกับการเดินทางไปสัมภาษณ์
เพื่อฟังคำว่า “ต้องการคนมีประสบการณ์
มันเซ็งและเห็นได้ชัดว่า HR ไม่ได้ใส่ใจกับเรซูเม่ที่เราส่งไป
ก็เลยต่อสายตรงหา HR คนที่โทร.มาเรียกเราสัมภาษณ์
บอกไปตรงๆว่าประสบการณ์ทำงานเราไม่ถึงปี
ไม่เคยทำงานโรงแรมมาก่อนด้วย
คำตอบที่ได้กลับมา

“พี่ทราบแล้วครับ  พี่ดูเรซูเม่ของเราแล้ว
ของอย่างนี้มันเรียนรู้กันได้นี่  ไม่ได้ยากอะไร
เพราะใช้ทักษะความเข้าใจและการสื่อสารมากกว่า
ลองมาสัมภาษณ์ดูก่อนเถอะ  พรุ่งนี้เจอกันนะ”

“เอ่อ...ค่ะๆ”  ไปก็ไปวะ
ที่ดีใจที่สุดไม่ใช่อะไรนะ  แค่เขาพูดว่า
“พี่ดูเรซูเม่ของเราแล้ว” เหมือนเทวดามาโปรด
HR แบบนี้หามานานแล้วนะคะ
ที่สำคัญเสียงคนโทร.มาหล่อซะด้วย  คิกๆ

เย็บปอดกลับเข้าที่เดิม...ให้มันเลิกแหก
แต่กระนั้นก็ยังกลัวแสนกลัว
ไม่ใช่กลัวไม่ได้งาน...แต่กลัวความเอ๋อของตัวเองนี่แหละ

เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นตั้งแต่ตี 5  เพราะต้องเดินทางไกล
ไปถึงที่หมาย 8.30 น.
HR office ยังไม่เปิด..นั่งรอ
(นั่งเย็บปอดไปพลางๆ ไม่ให้มันแหกซ้ำซาก)
เข้าไปถึงก็นั่ง Test ภาษาอังกฤษ 1 ชม.
เป็นข้อสอบคล้ายๆ TOEIC ทั้ง Grammar & Reading
มีเขียน Essay อีก 2 อัน

ยังกะสอบชิงทุนไปเมืองนอกแน่ะ
หลังจากนั้นก็ทดสอบคอมพิวเตอร์
ให้ข้อสอบมา 4 แผ่น  ทำตามให้เหมือน  ใช้ word กับ excel

เข้าไปสัมภาษณ์
คุยๆๆ ภาษาไทย
คุยๆๆๆ ภาษาอังกฤษ

ลืมบอกไปว่าพี่ HR เสียงหล่อคนนั้น
ตัวจริงก็ดูดี  กริ๊บกริ๊ววว...
หากนึกไม่ออก  กรุณานึกถึงหมอโอ๊ค+ออฟ ปองศักดิ์
แล้วคุณก็จะรู้ว่าที่เราไม่ปลื้มเค้าจนออกนอกหน้า...เพราะอะไร


มีสถานการณ์มาทดสอบอีก
ให้ออกไปร้องเพลงอะไรก็ได้หน้าห้อง HR
ทดสอบความกล้า+หน้าด้าน
นั่งทำใจอยู่แป๊บนึง
เลือกเพลง Freshy ARTS ออกไปร้อง
(วันนี้พี่รอมานานเพราะพี่ต้องการอยากเห็นหน้าขวัญเจ้า....)
ปรบมือและยิ้มอย่างมีความสุขแบบพี่เชียร์
บอกเหตุผลว่าที่ร้องเพลงนี้
เพราะเป็นเพลงแรกที่พี่เชียร์สอนเราร้องเป็นเพลงแรก
และเคยคิดอยากเป็นพี่เชียร์ด้วย
(จริงๆแล้วเลือกเพราะเพลงสั้นดี)


ตอนที่ร้องเพลงไปความยาวไม่ถึงนาที
น้ำตาปริ่มขอบตา
พยายามกลั้นน่ะ  ไม่งั้นเสียงสั่นด้วย
คนอะไรร้องเพลงเชียร์แล้วจะร้องไห้
ไม่รู้ตัวเหมือนกัน  เหมือนอยู่ๆเสียงก็ดรอปแล้วก็เริ่มสั่น

คงเป็นเพราะวินาทีนั้นภาพวันแรกที่ซ้อมเชียร์มันผุดมาพอดี
เลยน้ำตาซึมขึ้นมาเฉยๆ
เหมือนผีเข้าเลยแฮะ 

 

ถึงเวลาส่งตัวหาว่าที่เจ้านาย...
เป็นชาวสิงคโปร์
(กรุณานึกภาพจิ้น  เวอร์ชั่นหนัก 82 กก.
ไม่สวมแว่น  บุคลิกคล้ายคุณหมึกแดง)
เจอหน้ากัน  2  วินาทีแรก
เขาถามว่า  “กินข้าวมารึยัง”
“ยังค่ะ”
“งั้นไปกินข้าวเถอะ” 
พูดจบเขาก็พาเข้าไปใน Restaurant ของโรงแรม
(ไม่ได้พาไปแคนทีนพนักงานนะ)
บอกบริกรให้เอาเมนูมาให้  แล้วให้เราเลือกสั่งเอาเลย
“เอาน้ำส้มไหม  โค้ก  อยากได้อะไรสั่งเลย”
ดิฉันอึ้งไป 3 วิ  ด้วยความงง

หลังจากสั่งไป...ว่าที่เจ้านายเริ่มลงมืออ่านประวัติเราในแฟ้ม
“เป็นคนจีนเหรอ..แต้จิ๋วใช่ไหม”
“ค่ะ...รู้ได้ยังไงคะ”
“...” ตอบว่าอะไรไม่รู้  ไม่ทันฟัง (ยังไม่ชินสำเนียง) แล้วก็พูดต่อว่า
“หน้าตาดูเป็นคนจีน”
“เหอะๆ..ค่ะ”  ยังไม่หายงง

ระหว่างที่นั่งงง  เกิดผีเข้า...ปล่อยของซะตอนนี้
(ภาษาจีน)
“ได้ยินมาว่าคุณมาจากสิงคโปร์เหรอคะ?”
ว่าที่เจ้านายทำหน้าตกใจสุดขีด
“เธอพูดจีนได้ด้วยเหรอ
“นิดหน่อยค่ะ” (ปล่อยของเสร็จก็เงียบ)
“ดีนะพูดจีนได้  ผมไม่ได้พูดจีนเลยมาอยู่ที่นี่  พูดแต่อังกฤษกับไทย”
“ฉันเลิกเรียนภาษาจีนมา 5 ปีแล้วค่ะ  ฟังพูดพอได้  แต่เขียนไม่ได้แล้ว”
ว่าที่เจ้านายบอก  “เขียนเหรอ...ไม่เห็นจะยาก  ก็ เหยิน  หนี่  หว่อ”
แล้วก็ใช้มือเขียนตัวหนังสือเหล่านี้ในอากาศ  อารมณ์ดีจริงแฮะ
ฮ่ะๆ  เราก็นั่งหัวเราะ 

อาหารมา...
หลังจากนั้นเราฟังอย่างเดียวเพราะกินไปด้วย 
เขาก็ถามว่าฟังรู้เรื่องไหม 
“รู้ค่ะ...แต่ไม่หมด”  (ก็บอกแล้วว่าพูดได้นิดเดียว 555)

เรากิน...ว่าที่เจ้านายนั่งอ่านประวัติเราไปเรื่อยๆ
ชวนคุยบ้าง  เล่าเรื่องตัวเองบ้าง
ชอบอะไร...ไม่ชอบอะไร...ชอบคนแบบไหน
ว่าที่เจ้านายถามว่า
“เคยกินข้าวไปสัมภาษณ์ไปแบบนี้ไหม?”
“ไม่เคยค่ะ...จะดูมารยาทเหรอคะ?”
“เหอะๆ...”  เงียบไป
แล้วก็บอกว่า  “นี่ไง...เขียนไปแล้ว Good table manner”
ป๊าด...งงหนักกว่าเดิม  เอาจริงหรือเนี่ย

“กินเหล้าไหม?”
“ไม่ค่ะ” (โกหก!!!)
“สูบบุหรี่หรือเปล่า?”
“ไม่ค่ะ”
“เที่ยวกลางคืนไหม?”
“ไม่ค่ะ”
“มีแฟนรึยัง?”
“ยังค่ะ”

เฮ้ย...นี่สัมภาษณ์งานหรือสัมภาษณ์นักเรียนเข้าโรงเรียนประจำกันแน่!!

“ผมชอบคนที่ทำผิดแล้วยอมรับผิด” 
“ผมไม่ชอบคนโกหก” (เมื่อกี้โกหกไปแล้วอ่ะ) 
ผมไม่ชอบกินเหล้าแล้วมาทำงาน” (เอ้อ..รอดไป)

แล้วก็เจอคำถามแปลกๆ
เช่น  ทำงานมาเอาตังให้แม่บ้างรึเปล่า   ที่บ้านไหว้เจ้าไหม
ทำกับข้าวเป็นรึเปล่า
“เป็นผู้หญิงน่ะทำกับข้าวเป็นเนี่ย  แต่งงานไปจะได้ไม่ลำบากนะ”
ตลกไหมล่ะ...

พอกลับไปที่ฝ่ายบุคคล...
พี่HR สุดเท่(หน้าเหมือนหมอโอ๊ค) คนนั้นก็บอกกับเราว่า...
..................................................
............................................
...................................
.........................
................
............
.......
....
...
..
.
“ดีใจด้วยนะครับที่ได้งานแล้ว”

 จริงๆก็พอรู้อยู่แล้วล่ะ
เพราะว่าที่เจ้านายบอกให้รีบๆมาเริ่มงานนะจ๊ะ

พี่ HR ยังงง  ว่าทำไมรับเร็ว
สัมภาษณ์มาแล้ว 3 คน  แต่มาตกที่เรา
เขาบอกว่านึกว่าจะต้องรอ Compare ก่อน ซะอีก

ซึ่งตัวเขากับว่าที่เจ้านายก็เห็นพ้องต้องกัน
ว่าเราน่าจะทำงานนี้ได้

ความรู้สึกตอนนั้นคือเบา  หวิว
งง....แต่เป็นความรู้สึกที่ดีนะ
ดีกว่าตอนได้งานสองครั้งแรก 
ยิ่งงานที่สอง  ได้งานแต่อยากร้องไ
ห้อ่ะ

ยังไม่ได้โทร.ไปคอนเฟิร์มทันที
พี่ HR บอกว่ากลับมาคิดก่อนได้ 
เขาถามว่าพอใจจะทำงานกับที่นี่ไหม
ตอบไปแค่ว่า “ก็ดีนะคะ”
แต่จริงๆแล้วเรารู้สึกดีกว่า 2 ที่แรกอีก
First impression ดีกว่ามาก

(ก็หวังว่ามันจะดีได้ตลอดไป)

กลับมานั่งคิด  แบบว่าโคตรให้โอกาสเลย
ให้กลับไปคิดว่าจะทำไหม
ให้กลับไปคิดว่าจะเริ่มงานวันไหนดี
ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าเราว่างอยู่
แอบปลื้มพี่ HR แสนใจดี

เหตุผลที่ทำให้ได้งานนี้
มีคนบอกว่าเป็นเพราะว่าที่เจ้านายถูกชะตาเรา
ก็คงมีส่วน  เพราะว่าเขาเล่าเองว่าดูเรซูเม่
แล้วบอก HR ให้เรียกเรามา
เหตุผลที่แท้จริงคือ  เราเป็นคนจีน
ฟังดู Racism นะ  แต่เป็นเรื่องจริงที่มักได้ยินบ่อย
ว่าคนจีนบางคนไม่ชอบสไตล์การทำงานแบบไทยๆ

จากการพูดคุยกัน (อย่าเรียกว่าสัมภาษณ์เลย  เพราะว่าเรานั่งกินข้าวน่ะ)
เขาก็คงคิดว่าเราเป็นแบบ Conservative หน่อยๆ
เรื่องพูดจีนได้นี่...เราคิดว่าไม่มีผลอะไรเลยนะ
ถึงเราฟังออกก็พูดไม่ค่อยคล่องอยู่ดี

ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด
เราก็คิดว่ามันจะต้องกลับมาสร้างความกดดันให้เราแน่ๆ
เพราะคือความคาดหวังที่เขามีต่อเรา
สิ่งที่เรากลัวก็คือจุดอ่อนของเราจะทำให้เขาผิดหวังรึเปล่า
แม้ว่าจะเจอคนมามากมาย  เจอสถานการณ์หลายรูปแบบ
แต่เราไม่สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับคนได้เลย
และเราก็นิ่งเฉยและแข็งกร้าวเกินกว่าจะไปประสานรอยร้าวให้ใคร
วิตกเล็กๆอยู่เหมือนกัน
แต่ห้ามปอดแหกเด็ดขาด

เริ่มงานวันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน ศกนี้


 


รักฉันเพราะอะไร - Double U

บอกเหตุผลดีๆ  กับฉันสักข้อหนึ่ง เธอพอจะมีบ้างไหม
เอ่ยคำพูดที่ทำให้ฉันมั่นใจ  แค่นั้นที่ฉันต้องการ
ความเข้าใจเรามีให้กันก็นานแล้วและเธอก็ดีกับฉัน
มีเรื่องเดียวที่เธอไม่เคยจะบอกกัน
เธอคิดกับฉันยังไง
อยากจะฟังจากเธอสักครั้ง ( ให้แน่ใจ )
ให้เห็นภาพวันพรุ่งนี้ของเรา ( ที่เราใกล้ชิดกัน )
ไม่รู้คิดตรงกับฉันบ้างหรือเปล่า
รู้ไหมว่าฉันมีใจ เก็บไว้เพื่อให้เธอ
บอกเหตุผลดีๆ  กับฉันสักข้อหนึ่ง
เธอรักฉันเพราะอะไร
ตัวฉันเองไม่มีอะไรเป็นข้อแม้ก็รอแต่เธอเท่านั้น
เธอไม่ต้องพูดจาอะไรให้ชวนฝันแค่พูดให้ฉันเข้าใจ
บอกเหตุผลดีๆ กับฉันสักข้อหนึ่ง
เธอพอจะมีบ้างไหม
ที่ตรงนี้ก็ยังไม่เคยให้ใคร...บอกได้จะยกให้เธอ
เธอคิดกับฉันยังไง  แค่พูดให้ฉันเข้าใจ

ปล. ขอบคุณเพลงจากบล็อกพี่หงส์ ค่ะ(หยิบมาไม่ได้บอกก่อนด้วย)

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนแอบซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋าพี่ดรสเลย เห็นภาพชัดมาก ฮี่~ สู้ๆนะคะพี่โรสconfused smilecry confused smile

(เป็นเมธ์ๆคงตกม้าตายตั้งแต่ตอนให้ร้องเพลงแหงมเลย อะฮื้อออ )
#1  by  + MaeBin + At 2008-06-13 20:59, 
กิ๊บกิ้ววววววววววว วุ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยินดีด้วยคร้าบบบบบบบบบ แต่พี่ว่าของที่ปล่อยก็มีส่วนนะ หุๆ ขอให้ไปได้ด้วยดีนะโรส พี่โคตรดีใจแทนอะ ฮิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆbig smile
#2  by  เชน หยินและหยาง At 2008-06-13 21:11, 
ยินดีด้วยจ้ะ ขอให้ได้งานที่ดีสมกับที่รอนะ
#3  by  โก๋สิจ๊ะ At 2008-06-13 21:51, 
ดีใจด้วยจ้าโรส......
ได้งานแย้วเย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตั้งใจทำงานนะจ๊ะ
..
ขอให้สนุกกับงานด้วยจ้า
ขอให้ได้เจอเพื่อนร่วมงานดีดีนะจ๊ะ
surprised smile big smile
#4  by  GoddessIsis At 2008-06-13 23:02, 
สู้ ๆ กร๊าบบบบบบบบบ

ดีจายด้วยนะคะ

ถึงจะได้งานใหม่ที่ไม่เคยทำ

พยายามเต็มที่

พี่โรสสามารถอยู่แล้ว โย่ว..big smile

ปล. ช่วงนี้ อยู่ในช่วง ประชุมเชียร์ คะ
#5  by  รักคือ? At 2008-06-14 00:07, 
ยินดีด้วยนะคะน้องโรส เย้เย้big smile
#6  by  VAR At 2008-06-14 07:39, 
ยินดีด้วยโรส

โรสนี่ช่างหาคนมาเทียบเจ้านายให้เหนภาพโดยใช้หน้าเราโดยแท้ ฮ่าๆๆๆ เหนภาพ ๆ
#7  by  Chinese_rebellion (202.29.83.65) At 2008-06-14 19:40, 
ก่ากกกกกก อ่านแล้วฮา เหมือนตอนทำงานที่แรก สัมพาดไร้สาระมาก แต่ได้เลย จากที่เค้าเลือกมานาน

จิงนะแก ของงี้ถูกชะตาก้อมีส่วน

ขอให้เริ่มต้นงานด้วยดีราบรื่นนะจ๊ะbig smile
#8  by  แก่นเซี้ยว (205.172.16.183) At 2008-06-14 22:50, 
ยินดีด้วยนะคะ big smile

"การเริ่มต้นที่ดี เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง" ประโยคนี้คุณครูท่องให้ฟังตอนเรียนเสมอๆ ค่ะ big smile
#9  by  ~ N ~ At 2008-06-15 11:36, 
ไม่ใช่ว่าโกหกเกือบทุกข้อเร๊อะ 55+
#10  by  เจ (124.121.193.187) At 2008-06-15 20:04, 
PinG~ อู้ววววว ดีใจด้วยครับพี่ ได้งานแล้ว confused smile
#11  by  Pl@y-M@Te At 2008-06-15 22:37, 
ยังไม่ได้อ่านไดแก เด๋วเข้ามาอ่าน

แค่มาบอกว่า มีคลิปกรูเมาด้วยยยยย
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณมากๆ ตลกดีว่ะ
#12  by  แป้ง (83.136.59.142) At 2008-06-16 00:02, 
โรสสสส เปิดไฟล์คลิปไม่ได้อ้ะ
#13  by  แป้ง (83.136.59.142) At 2008-06-16 00:43, 
555 เฮ้ย เป็นการสัมภาษณ์งานที่แนวมากๆเลยแก

แกคิดไงร้องเพลงเรชชี่อาร์ตวะ ...เป็นชั้น ชั้นจะร้องแรกเราพบกัน confused smile

ใจชั้นเพิ่งประจักษษษษษษษษษ์
ว่ารักเธอจริง ร๊ากเธอจริงๆ

“กินเหล้าไหม?”
“ไม่ค่ะ” (โกหก!!!)

55555 โกหกคำโตมากมาย เด็ก ม เราคนไหนไม่กินเหล้า (วะ) ถามจริง เหอเหอ

เฮ้ย หนุกดีๆ

อ่านเอนทรี่ต่อไปๆbig smile

<< Home