หากชีวิตคนเหมือนการแสดงบนเวที
ตอนนี้ฉันก็คงกำลังยืนอยู่บนเวทีเช่นกัน
และตอนนี้บทเพลงโหมโรงกำลังบรรเลงท่วงทำนองแห่งความเร้าใจ
ปลุกฉันตื่นจากภวังค์มาพบความเป็นจริง!!
งานที่ทำอยู่ตอนนี้ก็เป็นเลขาธรรมดา
ธุรกิจของบริษัทคืองานโรงแรม
แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาก็คือเจ้านาย
ซึ่งขึ้นชื่อเหลือเกินด้านความร้ายกาจ
ใช้เลขาเปลืองมาก
ได้ข่าวว่าเปลี่ยนมาเป็นสิบคน
อายุการใช้งานของเลขา
สูงสุด 1 ปี
ต่ำสุด 1 สัปดาห์
อยู่ไม่พ้นโปรฯมาแล้ว 4-5 คน
คนก่อนหน้าเราอยู่ได้เดือนเดียว
จนพี่ๆในแผนกบอกกับเราว่า
“ถ้าเราอยู่ได้เกิน 3 เดือน ทุกคนจะยอมรับเลยว่าเราเก่งมาก”
เหมือนเป็นชะตากรรมอีกครั้งที่เราต้องมาทำงาน
ที่การ turn over rate สูงอีกแล้ว
2 งานแรกก็อย่างนี้ อยู่ไม่ทันพ้นโปรฯเลย
พี่ที่สอนงานเราบอกว่า
ให้นึกถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้เลย
เช่นข้าวของบิน ด่าเสียงดังไปทั้งชั้น
หรือว่ากระแทกข้าวของด้วยความไม่พอใจ
ที่ให้ทำใจไว้ล่วงหน้าเพราะว่าเราจะได้ไม่ช็อค
ไปถึงวันแรกก็เข้าห้อง training กันเลย
เรียนประวัติโรงแรม
การบริการ
กิจกรรมต่างๆ
การได้ร่วมรุ่นกับพี่ๆที่มีประสบการณ์งานโรงแรมมาก่อน
และผ่านงานหินๆมา ทำให้เราซูฮกเลยว่า
พี่ๆเขาเจ๋งมาก
เราเรียนวิชาการบริการเหมือนกับไปทำงานหน้าฟร้อนท์
ทั้งๆที่ทำเลขา
แต่เป็นเพราะว่าเขาต้องการให้เรามีความรู้ด้านการบริการ
และ concept ในการให้บริการของโรงแรม
เราเป็นตัวของตัวเองได้
ไม่ต้องสุภาพมาก
ไม่ต้องหมอบคลาน
Yer. Sir/Madam ทุกคำ
สนุกมากจริงๆ ช่วง 5 วันในการเทรน
นึกดีใจขึ้นมาที่ได้เทรนก่อนขึ้นไปทำงาน
เพราะว่าได้เพื่อนใหม่ด้วย
พี่ๆที่เทรนรุ่นเดียวกันส่วนมากก็ทำงานเกี่ยวกับแผนกเราพอดี
ทำให้สนิทกันเร็วมาก ทำงานง่ายขึ้นด้วย
นึกดีใจอยู่...
ที่สำคัญคือ
ได้มีความสุขและทัศนคติที่ดีต่อองค์กรก่อนขึ้นไปเจอเจ้านาย
วันที่ 3 ของการเทรน
อยู่ๆเจ้านายก็เรียกตัวให้ไปหาที่ห้อง
นึกว่ามีอะไร
เขาให้ไปเลือกโต๊ะทำงานว่าอยากนั่งโต๊ะไหน
แล้วก็ให้สายคล้องป้ายชื่อมาพร้อมของที่ระลึก
เจ้านายถามว่า
“อยู่หอรึเปล่า?”
“อยู่ค่ะ”
“อีกนานไหมกว่าจะได้ห้องใหม่?”
“ไม่ทราบค่ะ”
“อ่ะ เอานี่ไป ผมให้เอาไว้เป็นเพื่อนที่หอ”
พูดจบก็ยื่นตุ๊กตาหมี ที่เป็นโลโก้ของโรงแรมให้
ตุ๊กตาหมีความสูงประมาณ 10 นิ้ว ขายที่ช๊อปโรงแรมราคา 650 บาท
เจ้านายให้เลขาไว้เป็นเพื่อน
เรางงมาก
“ฉันยังไม่ได้เริ่มทำงานเลยนะ
ไว้ทำงานให้เป็นที่พอใจของคุณค่อยให้ของดีไหมคะ?”
เจ้านายยิ้ม ไม่พูดอะไร
เรายิ่งระแวงหนักกว่าเดิม กิตติศัพท์นายยิ่งไม่ค่อยดี
ให้ของมาซะเยอะ นี่สึนามิจะซัดใส่ชีวิตฉันไหมเนี่ย
สรุปว่าของที่ได้มาวันนี้ ทั้งสายคล้องป้ายชื่อ+ตุ๊กตา
รวมมูลค่าประมาณ 1,500 บาท
ฉันยังไม่ได้เริ่มทำอะไรให้เขาเลย
ฉันระแวงเจ้านายตัวเอง
เป็นบ้าขนาดเก็บไปฝันร้าย
จนพี่ๆว่า หาว่าทำไมฉันถึงคิดแบบนี้
เขาอาจจะแค่ต้องการต้อนรับไงล่ะ
เขาอาจจะถูกชะตามากก็ได้
เพราะคนก่อนก็ไม่ได้มากขนาดนี้ตั้งแต่แรก
แต่ฉันรู้...
ฉันรู้ว่าเหตุผลเดียวที่ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อไปได้ก็เพราะเขา
ถ้าเขาทำไม่ดีกับฉัน
ฉันก็ไม่อยู่ต่อแน่
และฉันคิด...เขาคงอยากจะเก็บฉันไว้
คงจะเหนื่อยที่ต้องเปลี่ยนเลขาบ่อยขนาดนี้
ฉันเองก็เหนื่อย
บอกตรงๆว่าเหนื่อยมาก
เจ้านายพยายามลองภูมิฉันทุกวัน
สมองฉันได้รับการกระตุ้นเต็มที่ทุกวันเพื่อสู้กับเขา
ได้รับแบบทดสอบทุกวัน
ไม่ว่าเรื่องสติปัญญา
กิริยามารยาท
อุปนิสัย
เขาทดสอบฉันทุกวัน
ฉันก็สู้กับเขาทุกวันเช่นกัน
เมื่อคืนไปงานที่โรงแรมมาสนุกดี
กิจกรรมที่ให้พนักงานใหม่ไปร่วม
สมานสามัคคีกันเข้าไป
ทุกครั้งที่มองไปยังชั้นบนสุดของโรงแรม
ฉันคิดว่าฝันไปทุกครั้งที่ได้มาทำงานที่นี่
เพราะว่ามันไม่ใช่ความตั้งใจ
หรือความใฝ่ฝันอะไรเลย
ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่ รู้จักแต่ชื่อเท่านั้น
แต่วันนี้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่
และรู้สึกดีใจที่ได้มีวันนี้
แม้จะไม่อาจกำหนดได้เลยว่า
ฉันจะอยู่ที่นี่ได้อีกกี่วัน กี่เดือน
อย่างน้อย...มันคงเป็นความประทับใจ
และความรู้สึกดีๆที่อยู่ข้างในใจไม่มีวันลืม
จริงๆแล้วสัปดาห์แรกของการมาที่นี่
อะไรๆก็ดูดีไปหมดราวเทพอุ้มสม
ไม่มีอะไรติดขัด
ไม่โดนด่า
ได้เจอเพื่อนดี พี่ดี
ถ้ายกเว้นข่าวเรื่องเจ้านายกับเรื่องนอนไม่ค่อยหลับนะ
จะรู้สึก perfect สุดๆไปเลย
วันนี้เมื่อได้ขึ้นบนเวที
สิ่งที่ควรทำคือแสดงให้เต็มที่จนสุดความสามารถ
ที่ฉันไม่เคยลืมคือฉันจะพยายาม
มันอาจจะเหนื่อยมากมายในตอนนี้
แต่ฉันมีกำลังใจที่ดีมาก
จากครอบครัว ญาติๆ เพื่อนๆ
แม้แต่ที่ทำงาน คนค่อนบริษัทกำลังมองดูฉัน
ว่าฉันจะอยู่ต่อไปได้หรือไม่
พวกเขาจะเป็นกำลังใจ
และรอคอยให้ฉันได้ล้างอาถรรพ์สักที
เพื่อนเอกบรรณฯ คนหนึ่งก็อยู่ที่นี่
ฉันอุ่นใจทุกครั้งที่นึกว่าอย่างน้อยก็มีเพื่อนอยู่
อย่างที่โอเล่ว่า
“ยังไงก็ต้องกอดคอกันตายเว้ย”
ไม่ว่าใครจะจากไปก่อน
เราก็ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เราร่วมโชว์บนเวทีเดียวกันแล้วนี่
ตอนนี้บทเพลงโหมโรงจบลงแล้ว
ที่เหลือคือการแสดงของฉันที่ต้องดำเนินต่อไป
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
The Show Must Go On!!
แทบไม่เห็น หนทางจะก้าวไป
แต่ต้องจำฝืนทนเผชิญ
หากจะไปต้องบินให้สูงเกิน
ฝ่าพายุเบื้องบนสู่ปลายขอบฟ้า
หนึ่งใจยืนยันจะไป ไม่มีวันยอมเลิกรา
ตราบใดใจยังไม่ท้อ ขอบินไปบนเวิ้งฟ้า
ฝ่าฟันโพยภัยนานา ให้ถึงปลายทางสักวัน
จะพานพบกับฟ้าที่สวยงาม
ได้แต่หวังไว้ ตรงปลายเส้นทาง
จะได้พักหัวใจกับฝันที่รอคอย