2008/Aug/31

 

ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ทุกอย่างเหมือนเดิม
อ.เลิศ เตือนสติว่าถ้าจะตัดสินใจอะไร
ควรให้ตัวเองอยู่ในสภาวะที่พร้อมเสียก่อน
ไม่ใช่ร่างกายป่วย สุขภาพจิตแย่  นั่งห้องแอร์ทั้งวัน
ควรออกไปเจอธรรมชาติและนั่งสมาธิให้ใจสงบพอ
แล้วทบทวนให้ดี...ก่อนตัดสินใจ

วันก่อนก็ทำตามที่เขาบอกนั่นแหละ
ทบทวนทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็ตัดสินใจไปแล้วว่าจะลาออก
แต่...จะหางานใหม่ให้ได้ก่อน

จะพยายามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
งานนี้เจ้านายอาจมีหงายหลัง
เพราะถ้าเขาจะกลับประเทศตอนปีใหม่
ช่วง 3 เดือนสุดท้ายจะยุ่งมาก
เพราะเป็น High season ของโรงแรม
เขาต้องเตรียมงานมาก และต้องเตรียมเก็บของกลับด้วย

แต่เหมือนฟ้าจงใจเล่นตลก
เพราะเมื่อตัดสินใจไปแล้ว
วันรุ่งขึ้นเจ้านายกลับน่ารักเหลือเชื่อ

แต่...ก็บอกแล้วไงว่า “ดีเท่าไหร่ไม่หายกัน”
แค่นี้น้องเทรนนีจากมาเก๊าก็เรียกเราว่า “เถี่ยเหริน”
แปลว่า “คนเหล็ก” ใช่ไหมพี่เชน
แล้วเขาก็บอกว่าทำไมผ่านมาตั้งนานแล้ว
สภาพเรายังไม่ดีขึ้นเลย ยังดูเหนื่อยๆเหมือนเดิม
ทำไงได้ นอกจากทำงานแล้ว  หลังเลิกงาน ผู้ชาย ก็ตามรังควาน
เหนื่อยจริงนะเนี่ย

อัพเดตเรื่องผู้ชาย
บอกเขาไปแล้วว่าเราตัดสินใจจะออกให้เร็วที่สุด
เขาก็เงียบไป บอกว่าเครียดเลย
“ผมขอร้อง คิดใหม่ได้ไหม ให้โอกาสกับที่นี่ ให้โอกาสผมก่อน”
“ผมขอร้อง ได้โปรด..ได้โปรด  อยู่ที่นี่ต่อไปก่อน”

เมื่อวานตอนก่อนเลิกงานเขาโทร.เข้ามา
บอกว่าเลิกงานแล้วให้บอกด้วยจะรับไปกินข้าว
แต่เราจะกลับบ้าน
พอเลิกงานเรารีบกลับไปเอาของที่หอ
เขาโผล่มาจากไหนไม่รู้
“ผมสังหรณ์ว่าถ้ามัวโอ้เอ้ที่อื่น ไม่มาดักรอ ก็คงไม่เจอคุณ”
ดิฉันถอนหายใจไปอีกเฮือก
“ไม่คิดจะบอกกันเลยใช่ไหม จะหนีกลับไปเฉยๆ
ถ้าไม่มารอก็คงไม่ได้เจอกันสินะ

ออกแนวน้ำเน่าอีกละ
เบื่อนะ ไม่ใช่ว่าชอบใจหรอก
คือตอนนี้สุขภาพกายและสุขภาพจิตเราแย่มาก
อาจจะล่มสลายได้ง่ายๆ
ที่พยายามอดทนอดกลั้นไว้  อาจจะวีนแตกได้

กลับมาที่เรื่องงานอีกที
อาทิตย์ก่อนลืมเล่าเรื่องนึง
เจ้านายหาว่าเราไม่สบายเพราะไปเที่ยว
บอกว่าเลขามีกิ๊กแล้วไปเที่ยวกัน

ไม่ยอมหลับยอมนอน
(ซึ่งจริงๆคือเรากลับถึงหอ 4 ทุ่มกว่าแล้ว
ก็นั่งหาอะไรกินก่อนเพราะหิวมาก
บางวันก็ต้องซักผ้า รีดผ้าอีก กว่าจะได้นอน)
ที่เขาคิดอย่างนั้นเพราะว่ามี spy
คือคนในแผนก  ใครที่อยู่ใกล้ตัวเรา
เจ้านายก็จะเข้าไปคุยแล้วถามว่าเราทำอะไรบ้าง
กลับหอกี่โมง กลับหอไปแล้วทำอะไร
แล้วก็มาบอกเราว่าใครเป็นคนให้ข้อมูลมา
เพื่อ...?
จะให้เราตามไปฉะเขาเหรอ...คิดง่ายไปไหมคะ

เราเล่าให้บางคนฟังยังโกรธแทน
เจ้านายคุกคามแม้แต่เรื่องส่วนตัว
ว่าเรากลับหอมาทำอะไรเลยเหรอ
ยังกะ AF มิปาน  ขยับตัวแม้เพียงนิดก็รู้ถึงหูซะแล้ว
แม้ช่วงที่เจ้านายไม่อยู่  เราทำงานรึเปล่า
หรือว่าเดินไปคุยกะใคร 
มีปัญหาอะไร 
ก็ Report ตรง ถึงสิงคโปร์ด้วยนะ
ชีวิตดิฉันช่างดราม่าพอๆกับนิยายน้ำเน่าเลย

ที่สำคัญคือเจ้านายเลือกเชื่อคนอื่น
มีอีกเรื่องเกิดขึ้นนานแล้ว
เป็นเรื่องที่ทำให้เราเจ็บปวดไปช่วงหนึ่ง
เรารู้จักพี่สาวคนหนึ่งในช่วงที่อบรมพนักงานใหม่
เป็นเลขาของอีกแผนกหนึ่ง

ตอนที่หญิงจะลาออกจากที่นี่
เราคิดว่าจะย้ายไปทำตำแหน่งหญิง
เราก็ปรึกษาเขา  เขาบอกว่า
“เธอมันอารมณ์ไม่มั่นคง  ทำงานนี้ไม่ได้หรอก
ไม่ใช่เห็นว่าเพื่อนทำได้  เธอก็ต้องทำได้ด้วยหรอกนะ”
พูดต่อหน้า HR กับ Assist. Manager
แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์
พี่คนนี้เองที่จะลงไปทำตำแหน่งที่หญิงเคยทำ
พอโทร.หาหญิง
หญิงบอก “โรส  แกโดนสกัดดาวรุ่งแล้วล่ะ”
“ชั้นว่าแล้วทำไมเขามาถามชั้นว่าตำแหน่งชั้นทำอะไรบ้าง
มี benefit อะไรบ้าง  เขาบอกว่ามีคนสนใจจะทำ  ชั้นก็นึกว่า
เป็นแกซะอีก”

ตอนนั้นก็เล่นเอาช็อคไปเหมือนกัน
ไม่นึกว่าคนที่เราเชื่อใจและนับถือ
จะมาเล่นกันแบบนี้
แต่ก็โอเคเรายอมรับว่าเขาเก่ง  เขาเจ๋ง
เขาเป็นเลขาที่ดีมาก 
ทำงานเป็นเลขามากว่า 5 ปีแล้ว
(เขาอายุประมาณ 34-35 ได้แล้ว)

และเมื่อสัปดาห์ก่อน
อยู่ดีๆเจ้านายก็พูดกับเราตอนที่เราทำงานอยู่
“ผมเอาคุณไปฝากให้เลขาคุณ...สอนงาน  เขาบอกผมว่า
คุณมี Bad attitude กับงาน”
เอาละ...พี่สาว แทงข้างหลังน้องอีกแล้ว
ตอนที่เจ้านายเราบอกให้เขามาสอนงานเรา
เจ้านายเราบอกว่าจะให้รางวัลเขาไง
ทีนี้มีอยู่วันนึงเราเจอพี่เขาแล้วก็โดนลากตัว
(โดนล็อกแขนพาเข้าไปหาเจ้านายเรา)
บอกว่า “นี่...ฉันสอนงานเลขายูแล้วนะ ไหนล่ะรางวัล”
ผลเป็นดังคาด  เจ้านายดิฉันไม่แยแสเลย
เพราะว่าเธอยังไม่ได้สอนอะไรดิฉันมากมาย
และต่างคนต่างยุ่งจะเอาเวลาตอนไหนมาเจอกันมิทราบ
ไม่รู้ว่าเกิดเหตุแค้นฝังหุ่นรึเปล่า
เลยต้องมาแทงข้างหลังกันอย่างนี้
บอกตรงๆว่าเรารู้ไม่ทันหรอก คิดไม่ถึงด้วย
แค่อายุก็น้อยกว่า 10 ปี  อายุงานก็น้อยกว่าอีกไม่รู้เท่าไหร่
จะเอาเราไปเปรียบกับเขา  เจ้านายน่าจะคิดก่อนนะ
ว่ามันไม่น่าเป็นไปได้อยู่แล้ว

จากวันนั้นเรารู้สึกแย่กับพี่เขาอย่างช่วยไม่ได้เลย
เวลาพูดถึงพี่เขากับคนอื่น ก็รู้สึกได้ถึงกระแสบางอย่าง
ไม่มีใครอยากพูดถึงเธอให้มากมาย
หญิงบอก
“แกไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจป่าว?”
“เฮ้ย..คนอย่างชั้นจะไปทำอะไรเขาได้  ชั้นไม่มีอะไรจะสู้นะเว้ย
เจ้านายชั้นก็ปลื้มเขา  เจ้านายเขาก็ปลื้มเขาจะตาย  แถมเจ้านายเขาต่างหาก
ที่ชอบมองชั้นเหมือนเด็กผู้หญิงไม่รู้จักโต”
“ชั้นว่าพี่เขาเป็นพวกขี้อิจฉาว่ะ ชั้นรู้สึกมานานละ”
“แต่แกไม่ต้องคิดมากนะ เขาอาจต้องดิ้นรนมาแต่เด็กก็ได้”
“เออ ไม่คิดมากละ ไม่รู้จะคิดไปทำไม เจ้านายคงไม่รู้สึกดีกับชั้นได้หรอก”

เราเพิ่งนึกออกว่าเมื่อ 2 สัปดาห์แรกที่เรามาทำงานที่นี่
พี่คนนี้เคยว่ากระทบเราว่า
“ให้มันอยู่ตรงนั้นแหละ หน้าตาดีอยู่คนเดียวในออฟฟิศนี่”
“แกก็เห็นใช่ป่ะหญิงว่าชั้นไม่ได้แต่งหน้าไปทำงาน แล้วจะเอา
หน้าตาที่ไหนมาดีได้วะ

ถ้าคุณจำ “เจ๊นั่น” จากที่ทำงานเก่าเราได้
สิ่งที่เราเจอในวันนี้มันหนักหนากว่าตอนนั้นมาก
มันไม่ใช่แค่การสู้กับเจ้านาย
อึดอัดกับ spy รอบๆตัว
หรือระแวงมีดที่จะแทงหลัง
ทั้งๆที่อยู่กันคนละแผนก
พยายามจะหักหน้าเราแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ

ทุกสิ่งทุกอย่างมันบีบคั้นไปหมด
ทุกวันนี้คนที่สนิทด้วยต่างทำงานหนัก
วันๆไม่มีโอกาสจะได้คุยกัน
จากเมื่อก่อนนั่งกินข้าวด้วยกันทุกวัน
ตอนนี้บางวันเราก็กินข้าวคนเดียว
ถึงกินข้าวด้วยกันก็ไม่ได้มีเรื่องสนุกๆมาเล่าให้ฟัง
ไม่ได้หัวเราะด้วยกันเหมือนเดิม
บางครั้งเราเหนื่อยจนหมดแรง  นั่งเหม่ออยู่คนเดียว
ยังมีคนจ้องจับผิดว่าเราจะอ่อนแอลงรึยัง
(มันมีคนตามดูเราจริงๆนะ)

ไม่ต้องหาเหตุผลแล้วว่าทำไมเราถึงต้องเจอคนแบบนี้
แต่ต้องยอมรับว่าไปที่ไหนก็ต้องเจอเหมือนๆกัน
โลกทับแก้วที่หมุนช้า
มีเรื่องดีงามมากมาย..มันหายไป

“เราต้องเป็นคนที่มีความอึดอดทนนะครับ เพราะว่า
ออกจากรั้วทับแก้วไปแล้ว เราจะรู้ได้เลยว่าชีวิตไม่มีอะไรง่าย 
ข้างนอกนั่นไม่มีอะไรที่เมตตาปรานี
ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเหมือนเราอยู่ที่นี่ เราต้องรู้จักอดทน”

คำพูดของน้องมด (รุ่น 36 ) ลอยแหวกอากาศเข้ามา
เราจะรู้ได้ว่าชีวิตไม่มีอะไรง่ายจริงๆ
บางครั้งเราก็ล้าจนรู้สึกว่าจะร้องไห้ง่ายๆ
แต่ตอนหลังมันยิ่งกว่านั้น
รู้สึกเหมือนกับไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว
มันก้าวข้ามความเศร้าและความกดดันทุกอย่าง
ไม่สามารถเสียน้ำตาได้อีก

มันแย่ตั้งแต่ที่ทำงานเท่าไหร่ก็ไม่เคยเป็นที่พอใจ
ร่างกายก็อ่อนแอลง
แถมยังโดนคุกคามเรื่องส่วนตัว
(เรื่องทำอะไรหลังเลิกงาน ทำไมไม่แต่งหน้า
ทำไมสิวขึ้น  ทำไมไม่มีแฟน)
โดนว่าร้ายจากผู้ไม่หวังดี
(หมั่นไส้ว่างั้นเถอะ)

ตอนแรกเราก็เข้มแข็งดีหรอกนะ
ไม่เป็นไร  “ทองแท้ไม่กลัวไฟ”
เราก็มั่นใจในความเป็นทองแท้ของเราอ่ะนะ
ในเมื่อเราทำงาน ไม่ได้คิดร้ายกับใคร  ไม่อิจฉาใคร
แล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คนอื่นพยายามคิดว่าเราเป็น
ทำไมต้องกลัว...
สักวันความจริงก็จะปรากฏเอง
แต่...
อ.เลิศ บอกว่า
“คุณอย่าลืมนะ ทองแท้ ถ้าหลายๆคนคิดว่าเป็นทองปลอม
ก็ไม่มีใครมาพิสูจน์แล้วล่ะว่าจะเป็นทองแท้รึเปล่า

ก็จริง...
“แต่ถ้าคนที่ไม่เห็นทองว่าเป็นทองแท้
ก็ไม่ควรได้สิทธิ์ครอบครองนะคะ”
ทองแท้ก็คือทองแท้
ต่อให้โดนไฟจนหลอมละลาย
ก็สามารถขึ้นรูปใหม่ได้
ยังคงเป็นทองได้เหมือนเดิม

อ.เลิศบอก เอางี้ คิดแบบนี้ดีกว่านะ สบายใจกว่า
“คุณจงเป็นดาวที่ส่องแสงได้ด้วยตัวเอง
คนที่อยู่ข้างล่าง เขาจะมองเห็นหรือไม่เรื่องของเขา
แต่ถ้าคุณเป็นดาวที่ส่องแสงแล้ว สักวัน
ต้องมีคนมองเห็น

ยังไงก็ยังเชื่อมั่น
เราไม่ได้ทำอะไรผิด
เราไม่ได้เป็นอย่างที่ใครคิดว่าเราเป็น
“ทองแท้ไม่กลัวไฟ”
จำไว้...

 

 

Everyday - Bon Jovi

I used to be the kind of guy
Who'd never let you look inside
I'd smile when I was crying
I had nothing but a life to loose
Thought I had a lot to proof
In my life, there's no denying

Goodbye to all my yesterdays
Goodbye, so long, I'm on my way

I've had enough of cryin'
Bleedin', sweatin', dyin'
Hear me when I say
Gonna live my life everyday
I'm gonna touch the sky
And I spread these wings and fly
I ain't here to play
I'm gonna live my life everyday

Change, everybody's feeling strange
Never gonna be the same
Make you wonder how the world keeps turning
Life, learning how to live my life
Learning how to pick my fights
Take my shots while I'm still burning

Goodbye to all those rainy nights
Goodbye, so long, I'm moving on

Hit the gas, take the wheel
I've just made myself a deal
There ain't nothing gonna get in my way
Everyday

Goodbye, so long, I'm moving on

I, oh I, oh I, I'm gonna live my life everyday
I (gonna touch the sky),
oh I (spread these wings and fly), oh I
I'm gonna live my life everyday

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
หวัดดีจ้าโรส
ได้อ่าน entry ของโรสแล้ว
ขอให้โรสเข้มแข็งนะจ๊ะ พี่จะเป็นกำลังใจให้
..
อ.เลิศ สอนดีมากเลยจ้า เก็บไว้เป็นกำลังใจนะจ๊ะ
สบายดีนะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
surprised smile big smile
#1  by  GoddessIsis At 2008-08-31 15:29, 
PinG~ พี่โรสสู้ๆน้า ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ เชื่อว่าพี่ต้องหางานที่ดีกว่านี้ได้แน่ๆ confused smile
#2  by  Pl@y-M@Te At 2008-08-31 16:13, 
สู้สู้นะคะน้องโรส รอเราพร้อมกว่านี้แล้วค่อยลาออก big smile
#3  by  V@R At 2008-08-31 16:35, 
อืม อ.เลิศเจ๋งจริงๆ เปรียบเปรยได้น่าฟังมาก โรสจงเป็นดาวฤกษ์ที่ส่องแสงได้ด้วยตัวเองนะ

ไอ้เจ๊นั่นมันน่านักเชียว ยังเงี้ยแหละพวกใกล้หมดประจำเดือนวัยแปรปรวน

ว่าแต่เจ้านายน่ารำคาญจริงๆนะ ตามอยู่ได้ เอาน่า คิดซะว่าได้เข้ารสชาดของการเป็นดารา อิๆ

我的铁人,加油 big smile
#4  by  เชน หยินและหยาง At 2008-08-31 17:30, 
กระโดดงับหัวเจ๊คนนั้นเลยพี่โรส!! (อุ่ยย แรงไปๆ ขอโทษค่ะ cry )

เมธ์ชอบคำพูดของอ.เลิศจัง
บางครั้งคนก็มองไม่เห็นแสงดาว แค่เพราะเค้าเอาแต่เดินก้มหน้าก้มตากัน
ปล่อยเค้าไปค่ะ
มีคนอีกมากมายที่เงยหน้ามองหาแสงดาวสวยๆของพี่โรสอยู่

สู้ๆนะคะพี่ big smile
#5  by  maebin At 2008-08-31 18:06, 
คิดซะว่าเค้าน่าสงสาร
อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา
โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า

รักษาสุขภาพด้วยเน้อ
#6  by  Jay (202.176.122.18) At 2008-09-02 09:17, 
ทุกคนล้วนมีโลกส่วนตัว
มีความเป็นตัวของตัวเอง

เฮียเองเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงมาก
ไม่ค่อยอยากให้ใครมาล้ำเส้น

เอาเป็นว่า ตัดสินใจให้รอบคอบ
ตัดสินใจแล้ว ก้าวต่อไป อย่าเหลียวมองหลัง

เป็นกำลังใจให้ สู้ๆ
#7  by  จั่นเจา At 2008-09-02 22:33, 
อจ.เลิศ คมมั่กๆ confused smile

...

กรี๊ดดดด คิดถึงโลกที่ทับแก้วเหลือเกิน
เมิงเปนไงบ้างคิดถึงว่ะ
#9  by  แก่นเซี้ยว (58.10.0.196) At 2008-09-09 21:57, 

<< Home