ถึงวันนี้อะไรๆก็ยังไม่ค่อยดีขึ้น
ทั้งเรื่องงาน เรื่องเจ้านายหรือเรื่องผู้ชาย
เล่าเรื่องไหนก่อนดี
มันก็ซ้ำๆอ่ะนะ
อัพเดตข่าวล่าสุดเมื่อคืนก่อน
ทำงาน 8 โมงเช้าถึงตี 1
แล้วก็ทำงานต่อ 8 โมงเช้าของอีกวัน
โดยมีผู้ชายมานั่งรอ
เพราะไม่อยากให้กลับหอคนเดียว
เหนื่อยมาก ไม่คิดว่าชีวิตจะเป็นอะไรอย่างนี้เลย
เจ้านายก็เหมือนเดิม
วันก่อนก็พูดกระทบว่า เลขาของอีกแผนกนึง
ทำงานถึง ตี 3
เลยคิดว่าตัวเองนี่คิดถูกแล้วที่จะลาออกจากที่นี่
เราอยู่ถึงตี 1 นี่เต็มกลืนแล้ว
ถ้าไม่ถูกบีบมาก ก็ไม่ต้องตรากตรำขนาดนี้
พอแม่รู้ว่าทำงานถึงตี 1 เลยไม่ให้กลับบ้านเลย
กลัวป่วยหนัก ถ้าต้องนั่งรถไกลๆอีก
บอกให้นอนอยู่ที่หอดีกว่า
ยังไงก็หยุดแค่อาทิตย์ละวันอยู่แล้ว
เซ็งอ่ะ...
ส่วนเรื่องผู้ชาย
ก็เหมือนเดิม...พูดอะไรไปก็ไม่เข้าใจ
เขาคิดว่าเรามาเจอกันนี่ไม่ใช่ความบังเอิญ
(น่าจะเรียกว่าเป็นบุพเพสันนิวาส)
แต่เรากลับคิดว่าเขานี่แหละ "เจ้ากรรมนายเวร" ตัวจริง
คราวก่อนเราป่วยหนักก็เพราะเขา
กำลังจะป่วยอีกครั้งก็เพราะเขา
แล้วตอนนี้เจ้านายกับเพื่อนร่วมงานก็เพ่งเล็ง
เพราะผู้ชายคนนี้วนเวียนไม่ห่างเรา
และชอบเสนอตัวปรากฏกายให้ประจักษ์แกที่สาธารณะ
ตอนแรกก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก
แต่ยิ่งนานยิ่งมั่นใจว่าเขานี่แหละ
ตามจองเวรเรามาแต่ชาติก่อนแน่ๆ
ไม่ใช่แค่เราจะเสียความเป็นตัวของตัวเอง
ยังจะ...
เสียเวลา
กดดัน บีบคั้น
เหนื่อยใจ
ทรมาน
ตอนที่อยู่กับเขา
หาความสุขได้จากตรงไหน...
สรุปแล้วเขามีความสุขอยู่คนเดียว
แต่เราทรมาน
บอกให้ถอยไป
บอกให้ปล่อยเรา
ก็ไม่ยอม
แถมยังขี้หึงอย่างร้ายกาจ
เริ่มคุกคามและจับผิด
มีอยู่วันหนึ่งเรานั่งร้องไห้ใส่โทรศัพท์ตอนที่พูดกับเขา
ทนไม่ไหว
นี่เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ
ฉันยังเป็นขนาดนี้
ทำไมอ่ะ...
ทำไมต้องตาม ต้องคอยดัก
เวลาเลิกงานทางออกพนักงานมีทางเดียว
ก็มาดักรอ
ทางเดินกลับหอใกล้ๆมีทางเดียว
ก็มาดักรอ
วันก่อนเดินน้ำตาซึม สงสารตัวเอง
ทำงานเลิก 3 ทุ่ม ยังต้องเดินไกลกว่าเดิม
อ้อมไปอีกทางเพื่อเข้าหอ
ทำไมรันทดอย่างนี้วะ?
ทำไมฉันไม่ได้มีชีวิตเหมือนเดิม
อยากไปไหนก็ไป
อยากทำอะไรก็ทำ
รู้สึกเหมือนเพิ่งไปฆ่าคนมาแล้วถูกตามล่า
ฉันทำอะไรผิด?
ทางเข้าหอ (ทางขึ้นตึก)
มีทางเดียว
ก็มาดักรอ
บรรยายไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไง
แบบอยากร้องไห้ อยากหายไปจากตรงนั้น
มันไม่ไหวแล้วนะ
ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย
เล่าไปก็เครียดไป เหอะๆ
ยังยืนยันเหมือนเดิม เราไม่รู้สึกดี
เราอยากอยู่คนเดียว
อยากมีเวลาอ่านหนังสือ
ดูทีวี
มากกว่าการที่เลิกงานแล้วต้องเจอหน้าใครก็ไม่รู้
หรือคุยโทรศัพท์เป็นชั่วโมง
เสียพลังชีวิตไปมากมาย
ชักแม่น้ำพันสายมาบอกเหตุผลว่า
ทำไมฉันถึงไม่รักคุณ
ก็ไม่เข้าใจ
มีอยู่วัน...เถียงกันข้างถนน
ฝ่ายหญิงเหน็ดเหนื่อยและกำลังจะคลุ้มคลั่ง
สงสารตัวเองมาก
ไม่เคยเจออะไรแบบนี้
"ผมมันน่ารังเกียจมากใช่ไหม"
จะให้ตอบว่าอะไร
"ถอยออกไปจากชีวิตฉัน"
เขาไม่เคยรับรู้ในสิ่งที่เราพูด
ที่บอกว่าเข้าใจ
คือไม่เข้าใจอะไรเลย
เราก็เลยเหนื่อยที่จะพูดอะไรอีก
เขาคงไม่เห็นท่าทางของฉัน
ว่าเครียดแค่ไหน เงียบแค่ไหน
เวลาอยู่กับเขา
เขารู้แต่ว่าถ้าฉันอยู่ด้วยแล้วมันจะดี
แต่ฉันกำลังจะตาย
และมันคงแย่ลงไปเรื่อยๆ
ถ้าเขาไม่ไปจากชีวิตฉัน
หรือว่าฉันควรไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
จากวันนี้ไปไม่รู้อีกกี่วัน
ที่จะต้องโดนดัก โดนตาม
ยอมนั่งรอ 2-3 ชั่วโมงให้เราเลิกงาน
และอะไรอีกมากมาย
เราเบื่อ...ทรมาน ทุกข์ใจ
ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องหนีด้วย
ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย
เข้าสู่เรื่องงาน
10 กันยายน เจ้านายเรียกไปเซ็นต์เอกสาร
เอกสารจากฝ่ายบุคคล
ระบุว่าให้ผ่านโปรฯ
งง...ผ่านโปรในเวลา 2 เดือนครึ่งเหรอ
ไหนว่าทดลองงาน 120 วันไง
นี่มันเพิ่งครึ่งทางเองนะ
แต่ก็เท่านั้นแหละ
ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก
ทุกวันของเราก็เหมือนเดิม
เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะออกจริง
แค่รอเวลาที่เหมาะสม
ตอนนี้เรื่องผู้ชายทำเราประสาทกว่าเรื่องงานอีก
อยากกำจัดเขาออกไป
ให้เราได้มีชีวิตเหมือนเดิมจะได้ไหม
คงไม่ได้เพราะว่าเขาไม่ยอมปล่อยเราแล้ว
เศร้า...
หลบหน้า ปิดมือถือ ก็ไม่ได้
เพราะโดนดักเจอได้ตลอด
มันอะไรกันนักนะ
เออ..ลืมเล่าเลย
วันก่อนเจ้านายผัดพาสต้าให้กิน
บอกว่าวันนี้เลขาทำงานดี
ผมทำอาหารให้คุณกินก็ดีนะ
หลายคนบอก
จริงๆแล้วเจ้านายเขาก็รักเราแหละ
แต่ว่า ด้วยความเป็นเจ้านาย
ก็ต้องด่า
อ้าว...ซะงั้น
ช่างเถอะ..ก็คิดว่าจะออกแล้วนี่
ยังไงซะเนื้องานมันก็ไม่ได้สร้างเราให้เก่งขึ้นเลย
สิ่งที่เก่งขึ้นคือการรับมือกับสถานการณ์
และปัญหาเรื่องคน
แค่นี้ก็คุ้มแล้ว
แถมได้มีแบรนด์โรงแรมนี้ติดตัวไป
ว่าเคยผ่านที่นี่มา
หลายคนอยากอยู่ที่นี่ก็เข้ามาไม่ได้
มองในแง่ดีกว่าเป็นโอกาสของเรา
เดี๋ยวนี้เริ่มมองโลกในแง่ดีนะ
เปลี่ยนไปแล้วชีวิตเรา
เริ่มนับถอยหลังวันจากลาได้รึยังนะ
อย่าไปนึกถึงมันเลย
ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ
จริงไหม?
Appreciate every moment
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ก็พร้อมที่จะยอมรับทุกอย่าง
แค่ยิ้มได้...ก็พอแล้ว
ฉันยิ้มได้อย่างไร ยิ้มได้ อย่างไร
เมื่อเธอมาบอกกันว่าขอลา
ฉันยิ้มเพราะมันเหนื่อย
ไม่เหลือแรงบีบน้ำตา
ถึงเวลาต้องยิ้มให้มัน
ยิ้มให้ความมืดมนอย่างคนรู้จักกัน
นี่คือเพื่อนเก่าที่เราต้องเจอ
เจอกันเมื่อนานแสนนาน
เหมือนมันไม่ท้าทายเท่าเรายิ้มให้มัน
สุขก็ยิ้มได้ เจ็บก็ยิ้ม ได้
ให้ราคามันเท่ากัน ยิ้มให้มันก็พอ
แค่รู้ว่าบางที แอบยิ้มตอนที่เสียใจ
เหมือนอะไรก็ง่ายขึ้นมา
ยิ้มให้ความมืดมน อย่างคนรู้จักกัน
นี่คือเพื่อนเก่าที่เราต้องเจอ
เจอกันเมื่อนานแสนนาน
เหมือนมันไม่ท้าทายเท่าเรายิ้มให้มัน
สุขก็ยิ้มได้ เจ็บก็ยิ้มได้
ให้ราคามันเท่ากัน ยิ้มให้มันก็พอ
อืมบางคนก้อแปลกเนอะ พูดไม่รู้เรื่อง ต้องใช้มาตรการเด็ดขาด (ฮุ๊ๆ ควงมาโชว์...เราเคยใช้ได้ผล...ลองดิ)