2008/Sep/27

 

มาถึงวันนี้ก็บอกเพื่อนๆไปแล้วนะว่าจะออก
แต่เป็นเมื่อไหร่ ตอนนี้คิดอยู่
อาจจะสิ้นเดือนตุลาคมนี้
เพราะเหนื่อยเหลือเกินแล้ว

วันก่อนนั่งปวดหัว
พอดีเจ้านายเดินมาเห็นยา  เลยถามว่าเป็นอะไร
เลยบอกว่าปวดหัว
เจ้านายถามว่า “ไมเกรนเหรอ?”
เออ...ลืมไปเลยว่าเป็นไมเกรน
คืออาการมันเป็นมา 3 วันติดแล้ว
เราก็ว่าทำไมปวดหัว คลื่นไส้ ไม่มีแรง
คิดอะไรไม่ค่อยออก
กลับไปนอน 8 ชั่วโมงยังไม่พอ
เหมือนความล้ามันสะสม

ร่างกายเรามีไว้ทำงานเต็มที่แค่ 10 ชม. เท่านั้น
ไม่ใช่ 14-18 ชม. ติดๆกันทุกวัน
ถึงเวลาที่พักเท่าไหร่ก็ไม่พอ ยังล้าไม่เลิก
ไม่มีแรง ไม่มีพลังชีวิต
เจ้านายก็ชอบว่า... ว่าเราไร้ Energy ไม่ active
ไปดูเลย บริษัทนี้มีเลขากี่คน
ดูเลยดีกว่าว่าเลขาแต่ละแผนกเขาเป็นยังไง
แต่ละคนก็มีสภาพไม่ได้ต่างจากเราหรอก
พี่ที่เป็นเลขาแผนกการเงิน
ทำงานได้หยุดเดือนละ 6 วัน  ทำงานวันละ 10 ชม.
สภาพเขาดูพอๆกับเราแหละ
นี่เราหนักกว่าเขาไม่ใช่เหรอ
ถ้าเราจะสูญพลังงานมันก็ไม่แปลกหรอก
ทำงานวันละ 14 ชม. สัปดาห์ละ 6 วัน (หยุด 4 วันต่อเดือน)

เจ้านายถามว่า...
“รู้ไหม...ทำไมยูถึงปวดหัว?”
“ไม่รู้ค่ะ”
(จริงๆจะบอกว่าเป็นเพราะเครียด เซ็ง ทำงานมาก พักน้อย)
เจ้านายบอก “เป็นเพราะว่ายูไม่ได้ใช้สมอง ก็เลยปวดหัว


เป็นไงคะเพื่อนๆ...จี๊ดดดด ไหมคะ?
“ถ้ายูทำงานใช้สมองมากนิดหน่อยก็จะไม่ปวดหัว”
แต่เราเฉยๆนะ
ข้อดีของการทำงานนี้ก็คือ การมองโลกในแง่ดี
แม้แต่ความดีเท่าหัวไม้ขีด ก็ยังควานหาจนเจอได้

วันก่อนคุยกะ อ.เลิศ
(ตัวละครที่หายไปจากเอนทรี่ก่อน)
เราก็บ่นๆๆ ตามประสาว่าเหนื่อย
รู้สึกเหมือนความเป็นตัวเรามันหายไป
คนที่เคยร่าเริง แอคทีฟ สนุกสนาน
มันหายไปแล้ว
เราเอารูปตัวเองที่เพิ่งถ่ายเมื่อไม่นานมานี้
มาเทียบกับรูปสมัยปี 4 ก่อนเรียนจบไม่นาน
มันเหมือนคนละคน
ไม่ใช่หน้าตาเท่านั้นที่เปลี่ยน (แก้มป่องๆยุบไปแล้ว)
แววตาก็เปลี่ยน...
แววตาร่าเริงสดใสเหลือแต่ความอิดโรยอ่อนล้า

อ.เลิศบอก ...
“ไม่จริง  โรสยังเหมือนเดิมนะ เพียงแต่ตอนนี้คุณแค่มองตรงไปที่งาน
จนมองไม่เห็นอย่างอื่น เท่านั้นเอง”

แล้วเราก็บ่นเรื่องที่เจ้านายชอบมองว่าเราโง่
มีแต่เขาคนเดียวที่ฉลาด
เรามันไร้ประสิทธิภาพ
ในขณะที่เมื่อไม่กี่วันก่อนมีพี่ระดับ Management คนหนึ่ง
บอกเราว่า “โรสเก่งเนอะ อยู่กับเขามาได้ตั้ง 3 เดือนแล้ว”

อ.เลิศบอก “เห็นไหม ในขณะที่คนอื่นมองว่าคุณเก่ง
มีแต่เจ้านายคุณนั่นแหละที่มองว่าคุณโง่  คนฉลาดน่ะ
เขาไม่แสดงออกว่าตัวเองฉลาดหรอก  ความฉลาดมันออกมาเอง
เมื่อถึงเวลา  คนที่คอยว่าคนอื่นว่าโง่น่ะ จริงๆแล้วเขาต่างหากที่ฉลาด
น้อย”


 “คุณควรให้อภัยเจ้านายคุณนะ  เขาเหมือนเด็ก  คุณอย่าไปถือสา”

แล้วรู้ไหม คนที่ตอนแรกคิดว่าเราอยู่รอดกับที่นี่อย่างอ.เลิศ
กลับเป็นคนที่เชียร์ให้เราลาออกวันนี้!!
อย่างน้อยก็ As soon as possible
ด้วยเหตุผลที่ว่า
“คุณควรจะได้พักผ่อนนะ  แล้วค่อยหางานใหม่ก็ได้ 
แค่ฟังเสียงก็รู้แล้วว่าเหนื่อยมาก”

ผู้ชาย...17
ตอนนี้ชีวิตเราวนเวียนอยู่กับผู้ชายสามคนที่เกิดวันที่ 17
คนแรก...เจ้านาย  ผู้สร้างแรงกดดันและมอบหมายงานที่เรารู้สึกว่าไร้สาระเหลือเกิน
คนที่สอง...ผู้ชายคนนั้น  ผู้สร้างแรงกดดันในอีกรูปแบบนึง
พร้อมกับคำถามที่คาใจเราเสมอว่า ทำไมเราถึงเป็นเพื่อนกันไม่ได้
คนที่สาม...อ.เลิศ  ที่ปรึกษา  ให้คำแนะนำ ฟังเราบ่นตลอดทุกครั้ง 
เรียกได้ว่าเข้าใจความคิดเรามากที่สุดแล้ว  อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของอะไรบางอย่าง
...ทับแก้วไง....อาจารย์เป็นตัวแทนแห่งอดีต ชีวิตที่ทับแก้ว ซึ่งไม่เคยทอดทิ้งเรา
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

จริงๆแล้วการใช้ชีวิตที่นี่
มีเรื่องบังเอิญอย่างหนึ่ง  เรารู้จักพี่คนหนึ่ง
ซึ่งเป็น ระดับ Manager ของที่นี่แล้ว
ทันทีที่เห็นเขา เราจำเขาได้ทันที
เขาเป็นพี่ค่ายที่เราได้รู้จักตั้งแต่สมัยอยู่ ม. 5
เขาอยู่ปี 3  ในตอนนั้น
7 ปีผ่านไป  เรากลับมาเจอกันอีกครั้งที่นี่
พี่เขาบอก “สู้ๆนะน้อง อดทนหน่อย”
วันที่เรานั่งทำงานถึง ตี 1
คืนนั้น เวลาประมาณ 23.45 พี่คนนี้เดินผ่านออฟฟิศเรา
เดินมาถามว่าทำไมยังไม่กลับอีก

ทุกครั้งที่เจอเขา  เราจะแอบยิ้มเสมอ
ไม่ใช่ว่าแอบปลื้ม  แอบชอบนะ
แต่เป็นเพราะเวลา 7 ปี ยังทำให้เรากลับมาเจอกันได้
และเขาคนนี้เป็นตัวแทนแห่งอดีตสำหรับเรา
เมื่ออายุ 17  ตอนที่ไฟยังลุก
แอคทีฟ กล้าหาญ มุ่งมั่น  ร่าเริงแจ่มใส  มีไหวพริบดีเยี่ยม
สามารถแก้ปัญหาและมีความเป็นผู้นำ (จริงๆนะ)

แล้วดูสภาพเราในตอนนี้สิ...น่าสมเพศแค่ไหน
นิยามข้างบนมันถูกทำลายเกลี้ยงแล้ว
เหลือพี่คนนี้เท่านั้นที่เวลาเราเจอเขา
ยังพอทำให้เราจำได้ว่า เราเคยเป็นคนแบบไหนมา
ก่อนที่จะมาเจอเจ้านายและสิ่งแวดล้อมแบบนี้
พี่เขาคงไม่รู้ตัวว่าเวลาเราเจอเขา  แม้จะแค่ทัก “สวัสดีค่ะ”
มันมีความหมาย...
หรือแม้แต่เพียงเห็นเขาเดินผ่านไปสักหน่อย
หรือถ้าวันไหนได้คุย  ก็จะยิ่งรู้สึกดี เหมือนมีคนมาเติมกำลังใจ
เราไม่ได้แอบชอบเขาจริงๆนะ...สาบาน

มีคนสองคนที่นี่ที่เราถือเป็นกำลังใจ
นั่นคือพี่คนนี้กับหญิง
ซึ่งตอนนี้หญิงก็ไม่อยู่แล้ว 
หลังจากลาออกไปได้ 2 เดือน  หญิงก็คงมีความสุขดี
มันเคว้งไปเหมือนกันในตอนแรกที่หญิงไม่อยู่
ยิ่งเวลานี้  คนที่เคยสนิทกัน ต่างทำงานหนัก
บ้างก็มีแฟน...
เรายิ่งต้องเข้มแข็งมากๆ  แม้จะอ้างว้างลึกๆ
แต่ไม่คิดมาก...เพราะนอกจากการทำงาน
ก็ควรพักผ่อน  ไม่ต้องไปคิดอะไรเลย
นอกจากรบกับผู้ชาย

เรื่องผู้ชายก็เหมือนเดิม
เหนื่อยเหมือนเดิม
พูดเป็นครั้งที่เท่าไหร่จำไม่ได้ ว่าให้เราเป็นเพื่อนกัน
นึกไม่ออกแล้วว่าจะทำอะไรให้มันดีไปกว่านี้
จะให้คบกันจริงจังก็มองไม่เห็นปลายทางเลย
ว่าจะเป็นไปได้ยังไง

เอาเรื่องงานมาปรึกษาครอบครัว  ไม่มีใครเห็นด้วยเลย
ที่เราจะลาออก
มีแต่บอกให้ทนๆไป
แต่จริงๆเราไม่อยากอยู่ต่อแล้ว
แค่ลืมตาตื่นแล้วคิดว่าตัวเองต้องไปทำงานอีก
ก็ทรมานเหลือเกิน

อ.เลิศบอก “คุณเป็นคนอดทนมากแล้วกว่าจะถึงวันนี้”


นิ่งไว้...ยิ้มไว้...ทนอีกนิดนึง
อีกนิดนึง...

 

 
พรุ่งนี้  - มาลีวัลย์ เจมีน่า

ยังได้ยิน ยังได้ยินเสียงใจตัวเองอยู่
ยังต้องเดิน ยังต้องสู้ต่อไป
ยังต้องทน ยังผจญกับรักที่ร้ายๆ
ความวุ่นวายเหมือนกันไม่จบลง
ช่วงเวลาของความเจ็บปวดทำไมยาวนานเหลือเกิน
ให้รู้ที่ฉันต้องอยู่ตรงนี้ บีบใจไว้แม้ยังเจ็บปวด
จะไม่ยอมเป็นฝ่ายเดินหนี จะไม่หวั่นไหว..
อดทนไว้เถอะ พรุ่งนี้จะต้องดีกว่า
ปาดน้ำตา มองฟ้าและก้าวต่อไป
อดทนไว้เถอะ มีรักในวันที่ดีรออยู่ไม่ไกล
เจ็บอยู่ใช่ไหม แค่บอกตัวเองไว้พรุ่งนี้เอง
(ต้องบอกตัวเองไว้)

เจ็บสักเพียงไหนแค่บอกตัวเองไว้..พรุ่งนี้เอง..

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คำพูด อจ.เลิศ ทำให้ชั้นสะดุดว่ะแก
เพราะใครๆก็บอกว่าชั้นเก่งที่อยู่มาได้ตั้ง 8 เดือน!
พี่หลายคนพูดกันว่า โอเล่เก่งเนอะ ปรับตัวให้เข้ากับเจ้านายได้เร็วมากเลย

...
เค้าอาจจะโง่จริง และเราอาจจะเก่งจริง
แต่สิ่งที่เที่ยงแท้คือเราเองก็เหนื่อยมากจนทนไม่ไหวแล้ว
ก้อย่างที่บอกแหละแก ถ้าแกคิดว่ามันสุดขีดความอดทนของแกเมื่อไหร่ก็คือเมื่อนั้นแหละ

เดี๋ยวเจอกันหลังไมค์ big smile
#1  by  คนกวาดใบไม้หลังเอ 4 (58.136.98.201) At 2008-09-27 18:25, 
PinG~ ทนอีกนิดนะพี่เดี๋ยวกะออกแล้ว สู้ๆครับ confused smile
#2  by  Pl@y-M@Te At 2008-09-27 22:22, 
โรสเอ๊ย .......

ไม่รู้จะพูดอะไรดี นั่งอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนนะ โรสตัดสินใจอะไร พี่ก็สนับสนุนทั้งนั้นแหละ

คิดถึง
#3  by  เชน หยินและหยาง At 2008-09-28 07:59, 
ยิ้มยิ้ม กร๊าบบบ

เข้ามาบอกได้เท่านี้เนอะ

ช่วยอะไรพี่สาวไม่ได้เลยอ่ะ..

เป็นห่วงนะกร๊าบบบ
#4  by  รักคือ? At 2008-09-28 22:16, 
เป็นกำลังใจให้คะ่น้องโรสbig smile
#5  by  V@R At 2008-09-29 12:12, 
แค่เปลี่ยนความคิดชีวิตก็เปลี่ยน

พูดง่ายน้อ ... (ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นะ)

ความคิดเป็นประตูสู่อนาคต
ถ้าสิ่งแวดล้อมดี บุคคลรอบข้างดี แล้วเราจะดี
ตอนแรกฉันก็คิดอย่างนั้น
บางครั้งเราอาจจะต้องคิดใหม่ว่า
เราจะต้องดี เพื่อให้สิ่งรอบข้างมันดีตาม
ถ้าเค้าจะทำให้แย่ เราก็ทำให้มันดีกว่า
ถ้าคิดในเชิงแข่งขันได้ มันก็น่าจะดี

กำลังใจถ้าเธอคิดถึงมัน มันก็จะมาหาเธอ
ความคิดของเธอเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง
การที่มีคนมาตามติดเธออยู่ตอนนี้แล้วยังสลัดไม่หลุด
หลังจากที่... ไม่ใช่ซิ... ระหว่างที่ฉันอ่าน...
The Secret ฉันค่อนข้างมั่นใจว่า เธอมีความรู้สึก
โหยหา"ความรัก"อยู่ (ถึงตรงนี้ถ้าไม่ถูกใจลบเม้นนี้ได้เลย)
หรือถ้าไม่ใช่ ก็คือสิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่า"กำลังใจ"ที่น่าจะวาดเอาไว้
...สิ่งที่เธอไม่ต้องการในตอนนี้อาจจะเป็น Background ที่เธอมีอยู่
...สำหรับ บางคน เธอเป็นสิ่งที่มีค่า...
...จากสิ่งที่เค้ากระทำมานั้น สำหรับฉัน...
...มันค่อนข้าง ...เร็ว ...ชัดเจน ...ซื่อตรง มากไป ...
...ถ้าอยากจะรู้ว่าเป็นเค้าหรือเปล่า หลังจากนี้แหละ...
...เป็นเรื่องน่าสนุกที่เค้ายังตามเธออยู่ ...
...แต่ถ้าไม่ตามก็แสดงว่าไม่ใช่ ^^...
...ลองดู"เวลา"ล่ะกัน...

Lyn : บางทีฉันชอบเขียนมากกว่าน่ะนะ > <''
#6  by  Lyn (58.9.159.46) At 2008-10-12 16:12, 

<< Home