2008/Oct/04

 

คิดว่าคงจะ Last day ภายในสิ้นเดือนนี้
คิดไปคิดมาอย่างหนัก 2-3 วัน
ผลก็คือ อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
งานนี้ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น
หรือฉลาดขึ้น
นอกจากทำร้ายให้อ่อนแอ

มีความจริงที่น่าเจ็บปวดเรื่องหนึ่ง
ซึ่งเราไม่เคยยอมรับมันเลย
ก็คือเรากำลังทำงานอยู่กับคนป่วย
เจ้านายเรากำลังป่วย...โรคจิต
โรคจิตหวาดระแวง
การที่มี spy ตามดูพฤติกรรมเรา
การที่เจ้านายมารื้อโต๊ะ
รื้อลิ้นชักโต๊ะทำงานเลขาบ่อยๆ
ระแวงลูกน้อง
วันก่อนกลับประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน
เขาส่ง SMS มาบอกเราว่า
“กรุณาอย่าไหว้พระของผม”
แม้แต่พระพุทธรูปในห้องทำงานยังห้ามคนไหว้
ก็ไม่รู้จะพูดยังไงละ

ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่างานที่ได้มาพยายามเร่งให้เสร็จ
เอนทรี่ก่อนเล่าเรื่องพี่คนนึงที่รู้จักมา 7 ปี
วันก่อนพี่เขามาในออฟฟิศเรา
เราก็ชู 2 นิ้วแบบลิโพวิตันดี
พี่เขาเลยถามว่า
“ทำไมเหรอ จะอยู่อีก 2 อาทิตย์ ยื่นใบลาออกแล้ว?”
เราก็งง
“รู้ได้ไงคะ ยังไม่ได้พูดอะไรเลย”
“เห็นหน้าก็รู้แล้ว  จริงๆรู้ตั้งแต่เมื่อวานตอนที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยกะพี่อ่ะ”
“อ๋อ ค่ะ เข้าใจถูกแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นใบลาออกนะ
บอกพี่เป็นคนแรกเลยเนี่ย”

พี่เขาก็ถามว่าทำไมถึงจะออก

เหตุผลที่แท้จริงมี 2 ข้อ
1. เสียพลังชีวิตมากเกินเหตุ  เพราะงาน
2. เสียความเป็นตัวของตัวเอง เพราะเจ้านาย

พี่ก็เลยบอก “ปัญหาไม่ได้เกิดที่เราเลยนะเนี่ย”
“แต่ไม่เป็นไรหรอก ใครๆก็รู้ว่าเจ้านายเราใช้เลขาเปลือง”
“ถ้าตั้งใจออกแล้วก็ต้องยืนหยัดกับความคิดนะ
อย่าเปลี่ยนใจ”

สุดท้าย ตอนที่เขาจะออกจากออฟฟิศไป
เราถามเขาว่าคิดยังไง รู้สึกยังไงที่เราจะออก
เขาบอกว่า
“พี่ว่า...มันน่าจะเกิดขึ้นนานแล้วนะ  เพราะพี่ว่ามันหนักไปสำหรับเรา
ตั้งแต่วันที่เห็นว่าเที่ยงคืนเรายังทำงานนั่นแหละ”

“ตั้งแต่วันแรกที่พี่เจอเราที่นี่ พี่เสียดายนะ
เราไม่น่าเข้ามาทำตำแหน่งนี้เลย ถ้าทำอย่างอื่น
คงอยู่ได้นานกว่านี้

เป็นไงล่ะ ถึงขั้นเสียดายที่เรามาทำตำแหน่งนี้

วันนี้เจอคนที่เป็น GRO ถามว่าเราเป็นไงมั่ง
ก็บอกว่าเรื่อยๆ
เขาบอกว่า
“ดีเนอะ แปลว่าถูกชะตา  ที่ผ่านมาไม่เห็นอยู่รอดสักคน”

งานนี้หลายคนคงเสียเบียร์ไปเป็นลัง
เพราะดันพนันกันหนาหูเลยว่าเราไม่เกิน 3 เดือนแน่
แต่ก็อยู่มาได้แล้วนี่นา
ถือว่าเกินความคาดหมายแล้วล่ะ
อย่าว่าแต่คนอื่นเลย
ตัวเรายังไม่คิดว่าจะอยู่มาได้ถึงเดือนที่ 4 นะ (ซะงั้น)
พอตัดสินใจว่าจะออกแล้ว
ก็เริ่มอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ ให้กับคนที่ดีกับเรามากๆ
เช่น น้องเทรนนี จากมาเก๊า
ที่ค่อนข้างสนิทกับเรา เพราะเราพูดจีนได้
พูดกันทีละ 3 ภาษา  สนุกดี
ชอบกินเหมือนๆกัน
อัธยาศัยเข้ากันได้
ห้องที่เราอยู่ตอนนี้ ก็คือห้องที่เทรนนีคนก่อนเคยนอน
และน้องคนนั้นก็เป็นเพื่อนสนิทของคนนี้
น้องเลยบอกว่า
“it’s so special for me, cuz last time
my friend lived in this room
And now it’s you”

วันก่อนเลิกงานเร็วมาก แบบว่าอยากรีบๆออก
ก็เลยไปกินข้าวกะเค้า  น้องก็บอกอีกว่า
“ถ้ายูเลิกงานเร็วทุกวันก็ดีสินะ เราจะได้หาอะไรกินด้วยกันได้
ซื้อไปกินที่ห้องก็ได้ แต่คงเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม”

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เจอกันที่หอ
อยู่ๆเขาก็เข้ามากอดเราแล้วร้องไห้
“ฉันอยากร้องไห้มากเลย แต่ไม่รู้จะร้องไห้กับใคร
ต้องรอให้เธอเลิกงาน  ฉันคงต้องร้องไห้กับเธอ”

ก็โอ๋ๆ ปลอบๆกันอยู่พักนึง
เรื่องคิดถึงบ้าน คิดถึงแฟนที่ป่วยอยู่ต่างประเทศนั่นเอง

แล้วถ้าเกิดเราบอกว่าเรากำลังจะลาออก เขาจะรู้สึกยังไง
วันอาทิตย์ถ้าไม่กลับบ้าน เราก็จะชวนเขาไปเที่ยว
ที่ผ่านมาก็ไปด้วยกันมา 2 รอบ
ไปช็อปปิ้งอีก 2 รอบ

ลองนึกสภาพถ้าเราไปทำงานในต่างแดน
อยู่ๆมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน ที่พูดภาษาของเราได้ด้วย
นิสัย+ความคิด เข้ากันได้
เขาคงเหงานะ ถ้าเราจะไปจริงๆ
เรายังไม่กล้าบอกเลยว่ากำลังจะลาออก

ตามเหตุผลข้างบนสองข้อ
งานมันโหลด เพราะเจ้านายสั่ง
เรากดดันเพราะความโรคจิตของเจ้านาย
ถ้าเปลี่ยนเจ้านาย  ก็คงอยู่ได้
แต่กว่าจะถึงเวลานั้น
เราจะต้องทนแค่ไหน
เราต้องสูญเสียอะไรไปอีก
เสียเวลาที่ไม่ได้อะไรเพิ่มนอกจากเงิน

แค่สุขภาพ+สายตา
ความเป็นตัวของตัวเองที่เสียไป
ความคิด ความเชื่อมั่นที่เสียไป
มันไม่อาจประเมินค่าเป็นเศษเงินที่โอนเข้าบัญชีตอนสิ้นเดือน

ตัวตนของเรา  สมองเรา  ร่างกายของเรา
มันอาจไม่มีราคา  แต่มีค่าเสมอสำหรับตัวเราและคนที่รักเรา
เราต้องสูญเสียอะไรอีก กว่าจะถึงวันนั้น

ถ้างานนี้เป็นงานที่เรารัก 
หรือทำแล้วรู้สึกว่าเราเก่งขึ้น เรียนรู้มากขึ้น
เราก็คงไม่ลังเลที่จะทำ

แต่งานนี้มันไม่ต้องใช้สมองอย่างที่เจ้านายว่า
ดังนั้น ไปหางานที่ใช้สมองดีกว่า
(อยากบอกว่า 2 งานแรกที่ทำ ยังใช้สมองและ
ความเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้อีก)

ทุกวันนี้ประเมินตัวเองว่าผ่านแล้ว
บททดสอบชีวิตอีก 1 ขั้น
อาจจะไม่สวยงามนัก แต่ก็ได้เรียนรู้
ถ้าไม่รู้สึกสูญเสียขนาดนี้ ก็คงอยู่ต่อไปอีกจนกว่าจะได้นายใหม่
ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกแล้ว

ไม่ใช่ว่าทนไม่ไหว
แต่ถ้าไม่อยากสูญเสียกว่านี้ 
ก็ไม่ควรทนอีกต่อไป

ปล. ไปเจอเพลงนี้โดยบังเอิญ
ฟังแล้วโคดอินอ่ะ...คิดถึงเจ้า
นาย


 

ทนไหว แต่ไม่ทน - ปาน ธนพร แวกประยู
กี่ผิดที่เธอกระทำ คำตอบคือการอภัย
จะหนักจะเบาเท่าไหน ก็ยกให้เรื่อยมา
กับสิ่งที่ทำทั้งหลาย วันหนึ่งคงในไม่ช้า
จะช่วยทำเธอสำนึกความดี
เจ็บปวดจนเอือมระอา เธอกลับไม่เคยละอาย
ไม่หยุดทำตัวร้ายๆ แต่มากขึ้นทุกที

มองไปไกลๆแล้วท้อ เมื่อเธอก็ยังเป็นอย่างนี้
ถึงวันที่ตัดสินใจ
อยากบอกว่าฉันน่ะทนไหว แต่คงจะไม่ทน
คนใจร้ายหนึ่งคนยิ่งทนยิ่งได้ใจ
เมื่อก่อนฉันเห็นแก่ใจเธอ เธอล่ะเคยมองไหม
หากวันนี้ต้องเห็นแก่ตัวเพื่อหัวใจ
ไม่ผิดใช่ไหมที่ไม่ทน
เจ็บปวดจนเอือมระอา เธอกลับไม่เคยละอาย
ไม่หยุดทำตัวร้ายๆ แต่มากขึ้นทุกที
มองไปไกลๆแล้วท้อ เมื่อเธอก็ยังเป็นอย่างนี้
ถึงวันที่ตัดสินใจ
อยากบอกว่าฉันน่ะทนไหว แต่คงจะไม่ทน
คนใจร้ายหนึ่งคนยิ่งทนยิ่งได้ใจ
เมื่อก่อนฉันเห็นแก่ใจเธอ เธอล่ะเคยมองไหม
หากวันนี้ต้องเห็นแก่ตัวเพื่อหัวใจ
ไม่ผิดใช่ไหมที่ไม่ทน
อยู่ตรงนี้ฉันก็ไม่มีค่า
ยอมรับดีกว่าว่าเปลี่ยนเธอไม่ได้
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ไม่ผิดใช่ไหมที่ไม่ทนsad smile
ทำในสิ่งที่ตัวเองสบายใจดีกว่าค่ะ เสียสุขภาพจิต ไม่ใช่น้องโรสไม่อดทน พี่ว่าน้องอดทนมาเกินพอแล้วค่ะ อย่างน้องหางานดีดีได้อยู่แล้ว สู้สู้ค่ะ
#2  by  V@R At 2008-10-04 23:24, 
เห้ย เจ้านายมันโรคจิตเข้าขั้นแล้วนะ รีบหนีเพื่อชีวิตที่ดีกว่านะโรส น่ากลัววะ หรือควรแจ้งตำรวจจับดี เราออกจากที่ทำงานส่วนเขาติดคุก อิๆ

ปล. เพลงเข้าจังเลย
#3  by  เชน หยินและหยาง At 2008-10-05 07:36, 
ดีม๊ากเพื่อน confused smile
ปล. เค้ามีทำแถกกกกกันอีกแล้ว แต่คราวนี้มีสาระว่ะ เป็นแถกเกี่ยวกับคณะต่างๆ แกเอาที่แกทำเกี่ยวกับเอกบรรณไปแปะมั่งสิ ของแกเนี่ย วิชาการ เนื้อๆเน้นๆล้วนๆ ต้องฮิตติดสินบน เอ้ย ลมบนแน่นอนนนน double wink
ถ้าเข้าขั้นจิตขนาดนี้
เทียบกับที่พี่อดทนมาตั้งขนาดนั้น
พี่โรสชนะค่ะ ยึดที่ความสบายใจของเราดีกว่าเนอะ

cry
#6  by  maebin At 2008-10-05 14:04, 
Exteen 3 ปี ->Live show 9 ->10->11

หมดเม้นแล้วอ่ะ
ทุกอย่างเคลียร์
ได้แต่หวังว่า
“กรุณาอย่าไหว้พระของผม” ... มันคงเป็นมุขเค้ามั้ง

Lyn : สถานะการคล้ายกัน แต่ละบริษัท
......อย่าลืมประกันว่างงานล่ะ ถ้าไม่รู้..หลังไมค์
#7  by  Lyn (58.9.159.46) At 2008-10-12 16:55, 

<< Home