และแล้ววันนี้ก็มาถึง
13 ตุลาคม 2551
บอกเจ้านายว่า จะลาออกแล้วค่ะ
แต่...
เจ้านายไม่ให้ออก
จริงๆก็ไม่ใช่ว่าไม่ให้ออกหรอก
แค่บอกให้ไปคิดใหม่
"คงเป็นเพราะยูเหนื่อยมากเกินไป
กลับบ้านเร็วๆบ้างก็ดีนะ"
ทีนี้ทำเป็นพูด
ทีก่อนหน้านี้จะให้เราอยู่ตี 1 ตี 3
หึหึ
บอกแล้ว ดีเท่าไหร่ไม่หายกัน
ไม่ใช่แค้นฝังหุ่น แต่เป็นเพราะเข็ด
แล้วก็บอกว่า
"ไม่ต้องออกน่า..งานหายาก
ถ้าผมเป็นยูนะ Hold the job first
การลาออกนี่ เป็น stupid idea"
เออ stupid ก็ stupid เว้ย...
ไม่สนแล้ว
ถ้าเราไม่เป็นบ้าสติแตกไปก่อน
ถือว่าการลาออกครั้งนี้คุ้มจะตายแล้ว
สุดท้ายหลังจากการคุย
เจ้านายบอกว่า...
โอเคนะ ถ้ายูอยากออกก็ได้ ไปลองคิดดู
2 วันต่อมา ในที่ประชุม
เจ้านายบอก เลขาจะลาออกก็เพราะพวกคุณชอบสร้างปัญหา
พอมาวันนี้บอกอยากตัดคนออก
ว่าจะตัดสัก 10 คน คนมากไปแล้ว
"เลขาอยากลาออก ผมช่วยได้"
เราก็ยิ้ม พยักหน้า
สาธุ ให้ดิฉันไปเถอะค่ะ
นาทีนี้...ทุกครั้งที่ต้องเดินมาทำงาน
รู้สึกแย่อ่ะ หงุดหงิดไปหมด
พยายามควบคุมตัวเองให้ทำงานออกมาดีที่สุด
มีปัญหาน้อยที่สุด
ส่วนเรื่องผู้ชาย เขายังไม่ปล่อยดิฉันง่ายๆ
เพราะเขาเชื่อว่าฉันคือคู่แท้ของเขา
แต่ก็ไม่เข้าใจว่าคนเราถ้าเป็นคู่แท้กัน
ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
ฉันบอกว่า ไม่ใช่หรอก
ถ้าเราเป็นคู่แท้กัน
ป่านนี้ฉันควรจะรู้สึก "รัก"คุณบ้างแล้ว
แต่นี่อะไร...
ฉันไม่ต้องการแม้แต่จะเห็นหน้าคุณ
ตอนหลังยิ่งอาการหนัก
จากที่เราเคยฟังเขาพูด
ตอนนี้นั่งอยู่ต่อหน้า
หน้าก็ไม่มอง เสียงก็ไม่ได้กระทบโสต
เหมือนได้ยินแต่ไม่รู้พูดอะไร
ไม่ได้มานั่งคิดตาม
เพราะรู้แล้ววว่าเอาเข้าจริง
เขาก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าเรา
(พูดจริงๆ เอาแบบตรงๆเลยนะ)
มันมีอะไรอีกตั้งเยอะที่เรารู้ แต่ไม่พูด
แล้วก็ต้องมานั่งฟังคนที่ไม่รู้
มาคอยพูดกรอกหูเรา ตลกไหมล่ะ
แล้วก็เหมือนเดิม
"ผมเข้าใจนะว่าคุณคิดยังไง เข้าใจมากๆ"
เราหัวเราะขื่นๆอยู่ในใจ
ถ้าเข้าใจจริงคุณจะต้องไม่มานั่งอยู่ตรงนี้
และไม่โทร.ตามจิกฉันวันละเกือบ 20 missed calls
พอรับโทรศัพท์ก็พูดเรื่องเดิมๆ จนฉันรำคาญ
(ซึ่งเรารู้ความหมายและทุกเรื่องดีแล้ว
ไม่จำเป็นต้องให้ใครมานั่งวิเคราะห์ให้ฟังอีก)
พอไม่รับโทรศัพท์ก็ส่ง SMS มาต่อว่า
น้อยใจใส่ฉันที่ไม่เคยแยแสคุณ
ทำไมฉันต้องสนใจ!!
(จริงๆอยากเอาข้อความใน SMS ลงบล็อกนะ
แต่ว่ากลัวตัวเองจะของขึ้นหนักกว่าเดิม
ไม่กลับไปอ่านดีกว่า ประสาทเสีย)
คุณไม่เคยเข้าใจอะไรเลย
วันก่อนเราถามรู้ไหมทำไมฉันถึงไม่รักคุณ
เพราะคุณพยายามทำแต่สิ่งที่ฉันเกลียด
ฉันบอกไปร้อยหนแล้วว่าต้องการอิสระ
คุณก็ยังโทร.จิก ตามดัก ทุกที่
พ่อแม่ยังไม่ทำกับฉันอย่างนี้เลย คุณถือดีอะไรทำกับฉันอย่างนี้!!
อีกเรื่องที่ตลกมาก
เขาลาออกตามดิฉันค่ะ
ลาออกแล้วจริงๆ
แต่เจ้านายฉัน (มีเจ้านายคนเดียวกัน)
ไม่ได้ให้เขาออกเหมือนกัน บอกให้คิดใหม่
เขาก็ไปคิดแล้วว่าจะไม่ออก
แล้วบ้าไปลาออก บอก HR แล้วอ่ะ
ใบลาออกก็เขียนแล้ว บ้าป่ะ
ประสาทมาก ที่จะมาลาออกด้วยเหตุผลว่า
"ผมทนเห็นคุณจากไปไม่ได้"
เลยชิงลาออกก่อนซะงั้น
ฝ่ายบุคคลว่าฉันหนีปัญหา
แต่เขารู้แค่เรื่องงานนะ เรื่องผู้ชายไม่รู้
ฉันเล่าให้เพื่อนคนหนึ่งที่นี่ฟัง เขาบอกว่า
"เธอไม่ได้หนีปัญหา ถ้าหนีจริงเธอคงไปโดยไม่สนใจอะไรแล้ว
แต่นี่เธอยังตั้งใจทำงานให้เสร็จ ยังแคร์ควรรู้สึกเจ้านาย
ถ้าจะหนี คงหนีไปตั้งแต่เดือนแรกแล้ว
ฉันว่าเธออดทนมากต่างหาก และมันถึงเวลาที่จะพอได้แล้ว"
ไม่มีข้อโต้แย้ง
ทุกคนลงความเห็นว่าเราคิดถูก
เพียงแต่มันเสี่ยงมากที่จะออกมาตกงานตอนนี้
แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองสติแตกอยู่ที่นี่...ใช่ไหม
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ก้องมาหาที่นี่ มาเที่ยวด้วยกัน
หาอะไรกิน
ดีใจที่ยังมีเพื่อนอยู่ ยังมีคนคิดถึงเรา
จริงๆแล้วตลอดเวลาไม่เคยรู้สึกเดียวดายนะ
นอกจากงานกับครอบครัวแล้ว
สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือเพื่อนนี่แหละ
ที่เป็นสายลมพัดมาทำให้รู้สึกดีได้เสมอ
ขอบคุณทุกคนมาก
ขอบใจก้องที่มาหาและขอโทษที่พาเที่ยวไม่ได้มาก
เพราะปกติไม่ได้ไปไหนเลยอยู่แต่ที่ทำงานกับหอ
ห่ะๆ
น่าสงสารจริงๆ (ก้องพูดนะอันนี้)
ตอนนี้เหลือแค่...
บอกเจ้านายอีกครั้ง กำหนดวันสุดท้ายที่จะทำงาน
ฉันจะต้องไปจากที่นี่ให้ได้
จริงๆใจเรามันลอยกลับทับแก้วไปแล้ว
อีกครึ่งอยู่ที่บ้าน
ที่อยู่ทำงานเป็นแค่ซาก
อยู่เพราะจำใจ
เจ้านายให้คิดใหม่ จริงๆไม่ต้องคิด
คิดมาดีแล้วตลอด 2 เดือน
ฉันควรไปจากที่นี่จริงๆ