วันก่อนคุยกับอาจารย์เลิศ
สงสัยจะเครียดมาก อ.เลิศเลยเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง
“ผมเพิ่งไปงานแต่งงานของรุ่นน้องที่คณะมา...”
ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เป็นรุ่นพี่คณะอักษรศาสตร์เรานั่นเอง
คนหนึ่งรุ่น 29 อีกคนรุ่น 30
คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าเขาเจอกันได้ยังไง
คู่นี้เหมือนพรหมลิขิตเลยล่ะ
คือว่าทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเคยไปเข้าค่ายกวีสมัยอยู่ม.ปลาย
ผลงานที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือของค่ายก็พิมพ์เป็นหน้าที่คู่กัน
ในงานแต่งงานก็เลยเอามาโชว์
รูปที่ถ่ายหมู่ในค่ายก็มีวงกลมแล้วโยงรูปหน้าทั้งสองคนเข้าด้วยกัน
แต่ ณ เวลานั้น ทั้งสองยังไม่รู้จักกัน
จนกระทั่งวันเวลาพาเขาและเธอมาพบกัน...ที่ทับแก้ว
หลังจากเรียนจบ ทั้งสองคนมีโอกาสไปศึกษาต่อ (หรือทำงาน?)
ที่ต่างประเทศ
ตรงนี้เจ้าของบล็อกจำไม่ค่อยได้แล้ว
เหมือนว่าเจ้าบ่าวไปแคนาดา
เจ้าสาวไปออสเตรีย
ทั้งสองติดต่อกันทางจดหมาย (โคตรน่ารักเลย!!)
เวลาแต่งงานใครๆก็พากันทำ Presentation
เรื่องราวความรักของบ่าวสาว
คู่นี้ก็มีเหมือนกัน...
คงไม่ต้องบอกว่าการเจอกันที่ทับแก้ว
จะทำ Presentation เรื่องความรักได้น่ารักขนาดไหน
เริ่มจากการแต่งชุดนักศึกษา หาจักรยาน
ตึก 50 ปี (สถานที่ที่เจอกันเป็นครั้งแรก สมัยตึก 50 ปียังใหม่อยู่มาก)
ขนาดไม่ได้เห็นกับตายังรู้ว่าต้องเป็น Presentation ที่ดูแล้วอมยิ้มข้ามวัน
อ.เลิศยังบอกว่า “น่ารักดี”
และทีเด็ดในงานแต่งงานคือการเอาพี่เชียร์รุ่น 29-30
(รุ่นเดียวกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว)
มาร้องเพลง “ความทรงจำ”
พอเล่าถึงตรงนี้เราก็สงสัย
เพลงเชียร์คณะเรา “ความทรงจำ” เนี่ยนะคะ
แล้วเราก็ร้องเพลงนี้อยู่ในใจ
จริงๆก็คือร้องออกมาเลยแหละ
แพรดาวพราวใดอันสวยเด่น
จันทร์เพ็ญพริ้งพรายระย่อแสง
พ่ายรักอักษรามาแสดง
ล้วนรู้แจ้งชัดในดวงใจเรา
โอ้..ลานทรงพลความหลังรั้งดวงจิต
ช่วงชีวิตผูกพันมั่นแนบเนา
ลมจางๆพัดผ่านสะพานข้ามดาว
ทุกเรื่องราวที่ยังขลังในใจ
ที่สระแก้วเธอจะเห็นเส้นขอบฟ้า
ที่แววตาเธอคงเห็นเป็นฉันใช่ไหม
เชื่อมโยงรักอักษราพาหัวใจ
โบยบินไปเหนือฟากฟ้า...ศิลปากร
บ้านสีฟ้า..หลังคาสีเขียว
ความกลมเกลียวเป็นหนึ่งทุกยาม
ยิ่งวันผ่าน...เธอจะพบสิ่งสวยงาม
ซึ่งนี่คือนิยามของ “ความทรงจำ”
พอร้องจบอาจารย์เลิศบอกว่า
“เพลงนี้เจ้าบ่าวแต่งให้เจ้าสาวตั้งแต่สมัยเรียน”
“ห๊า...จริงเหรอ โห...เราก็ว่าแล้วเนื้อเพลงออกแนวก้ำกึ่ง
นึกว่าเป็นเพลงส่งเสริมสถาบันซะอีก”
“อืม รุ่นผมกับรุ่นเขาก็รู้กันหมดแหละว่า เขาแต่งให้น้องคนนี้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงหนูก็รักเพลงนี้มากที่สุดเพลงหนึ่ง
ยิ่งรู้ที่มาของเพลง ก็ยิ่งรักมากขึ้น”
ว่าแต่พี่สองคนเขาชื่ออะไรเหรอคะ
“เจ้าสาวชื่อหญิง เจ้าบ่าวชื่อกลิ้ง
ดังนั้นตัวอักษรที่ใช้ในงานจะใช้ตัว Y และ KL แล้วใช้ -ING ร่วมกัน”
“โห...อะไรเนี่ย น่ารักอีกแล้ว” ฉันอมยิ้มอยู่ในใจ
“เออ ผมก็ว่าน่ารักดี”
“ใช่..น่ารักมากๆค่ะ”
“ฟังนิทานจบแล้ว คุณก็ไปนอนได้แล้วล่ะ”
“ค่ะ ดีใจจังได้ฟังนิทานก่อนนอน” หัวเราะขำออกมาได้
หลังจากวางสาย...
ฉันร้องเพลง “ความทรงจำ” อยู่ในใจ
ไม่ว่าเพลงนี้จะประพันธ์ขึ้นเพื่อคนเพียงคนเดียว
หรือเพื่อชาวอักษรศาสตร์ทั้งหมด
แต่เป็นเพลงที่ไพเราะที่สุดเพลงหนึ่งในใจฉัน
บ้านสีฟ้า..หลังคาสีเขียว
ความกลมเกลียวเป็นหนึ่งทุกยาม
ยิ่งวันผ่าน...เธอจะพบสิ่งสวยงาม
ซึ่งนี่คือนิยามของ “ความทรงจำ”
แล้วคืนนั้น...
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ ณ ริมชายฝั่งทะเล
ห่างจากทับแก้วไปอีกด้านหนึ่งของประเทศ
ก็ได้นอนหลับฝันดี
เราจะข้ามเวลามาพบกัน - ก้อย รัชวิน+ ปอย Portrait
ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้จวบจมทะเลน้ำตา
เหว่ว้าและเคว้งคว้างกลางผู้คน เจ็บจนไม่อยากหายใจ
ถูกรักทำร้ายจนเปราะบาง ขอบฟ้าความหวังซีดจางเหลือเกิน
แต่บอกกับใจไม่หยุดฝันอธิษฐานในกาลนิรันดร์
อย่าหยุดศรัทธาสักวันคงได้พบเธอ
อีกครึ่งหนึ่งของดวงวิญญาณฉันรออยู่
คนเคยรู้ใจคนเคยรู้จัก จำฉันได้ไหม เราเคยพลัดพรากกัน
หากเธอกับฉันสวนทางกันในความฝัน
อยากให้สายตาเราได้จ้องกัน
และให้เธอบอกฉัน ว่าฉันข้ามเวลาเพื่อมาพบเธอ
ฉันใช้ชีวิตมืดมนดั่งคนที่มีแผลใจ
แผ่นดินและผืนฟ้ากว้างไกลมันกลับไม่เหลือทางให้เดิน
ทอดทิ้งรักแท้ที่ข้างทาง ปล่อยทิ้งความหวังที่พังยับเยิน
อยากบอกกับใจให้หยุดฝันอธิษฐานในกาลนิรันดร์
เจ็บกับศรัทธากี่วันก็ไม่พบเจอ
หากเธอกับฉันสวนทางกันในวันนั้น
ยามที่สายตาเราได้จ้องกัน
อยากให้เธอบอกฉันว่าเราข้ามเวลาเพื่อมาพบกัน
