ห่างหายไปนานจนใครๆสงสัยว่าไปไหน ทำอะไร
ลาออกรึยัง ถึงขั้นคิดว่าป่านนี้คงนอนอืดอยู่บ้าน
จริงๆคือตอนนี้ยังทำงานที่เดิมอยู่
อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้เจ้านายปรับพฤติกรรมแล้ว
(แต่เราว่าคงไม่เกิน 3 วัน)
แต่เดี๋ยวก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
แล้วตอนนั้นเราค่อยตัดสินใจอีกรอบก็ได้
ส่วนเรื่องผู้ชาย เริ่มปล่อยให้เราหายใจ
ไม่มาดักรอทำให้เรารำคาญ ก็เลยรู้สึกชีวิตมีความสุขมากขึ้น
วันนี้โดนเจ้านายเล่นงานเรื่องใหม่
ไปเจอเรซุเม่เราเข้าในออฟฟิศเขา
เป็นเรซูเม่อันที่เราใช้สมัครงานที่นี่แหละ
เขาเอามาพูดในที่ประชุมว่าเราโกหก
ในเรซูเม่เลขาทำไมเก่งมาก ทำนู่นทำนี่ได้หลายอย่าง
ทำไมจริงๆแล้วไม่เห็นทำอะไรเลย
แล้วก็บอกว่ารูปในเรซูเม่ก็ไม่เหมือน
มีแต่ชื่ออย่างเดียวที่เหมือน
สุดท้ายก็คือว่าเราโกหกนั่นเอง
ความคิดตอนที่ได้ยินก็คือ
"ก็ผู้หญิงในรูปมันตายไปแล้วไงล่ะ
ดังนั้นสิ่งที่เขาเคยเป็น เคยทำได้ มันก็ตายไปแล้วพร้อมกัน"
ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร รู้สึกเศร้าอยู่ในใจเท่านั้น
ว่าเราได้ตายไปจากไปแล้วจริงๆ
คิดแค่ว่าตอนนั้นที่สอบข้อเขียนไปญี่ปุ่นได้
น่าจะได้สอบสัมภาษณ์นะ ไม่น่ารีบมาทำงานที่นี่เลย
อย่างน้อยก็ได้ใช้ความสามารถที่มีเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่มันจะสลายไป
บางครั้งเราก็สงสัยเหมือนกันว่า
ระหว่างการหาคนเก่งๆมาทำงาน
กับการฝึกเราให้เก่ง อะไรมันง่ายกว่ากัน
น่าจะเป็นอย่างแรกนะ
คนเก่งก็คือคนเก่ง สอนแป๊บเดียวก็ได้แล้ว
จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาทั้งคู่
กลายเป็นว่า ณ วันนี้เจ้านายไม่ให้ออก
แล้วก็บอกว่าถ้าจะให้ใครไป ให้เขาไปเองก่อน
คงจะกลับประเทศประมาณต้นเดือนหน้าแล้ว
วันก่อนออกไปทำกิจกรรมข้างนอกมา
ก็เลยเจอคนข้างนอก
เข้ามาป้วนเปี้ยนโดยไม่รู้ตัว
เป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ อัธยาศัยดี
ท่าทางใจดี
ตอนหลังถึงรู้ว่าเขาแอบปลื้มเราอยู่
(ใกล้ขายออกละ)
ให้เหตุผลว่า
"เท่าที่มองดูเห็นว่าบุคลิกโดดเด่นดี
เป็นตัวของตัวเองและไม่โง่"
555 ขำคำสุดท้าย
ดูไม่โง่เหรอ?
แล้วทำไมเจ้านายยังมองว่าโง่ล่ะ
แค่นี้แหละ ไม่มีการสานต่อ
มีเรื่องที่ไม่ค่อยดีนักในที่ทำงาน
ว่าตอนนี้โรงแรมเรากำลังทำท่าว่าจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
ผลสืบเนื่องมาจากการทำงาน
แบบไม่เป็นมืออาชีพของเหล่า Management
ในฐานะเลขา เรารู้อะไรเยอะนะ แต่ก็พูดไม่ได้
การแพร่งพรายไม่ใช่ความคิดที่ดี
แต่สิ่งที่ทุกคนรู้กันในตอนนี้คือ
ถ้าใครหางานใหม่ได้ดีกว่านี้ ก็ไปซะดีกว่า
การมีโลโก้โรงแรมนี้ติดตัวไว้ เครดิตดีอยู่แล้ว
ไปไหนไม่ลำบากหรอก
และมีคนตั้งท่าจะไปแล้วจริงๆ
เราคนหนึ่งที่ไม่ได้ครณาว่าจะไปวันไหน
ต่อให้บอกว่าวันพรุ่งนี้ไม่ต้องทำงานแล้ว
เราก็ทำใจได้
วันก่อนคุยกับเด็กฝึกงานจากมาเก๊า
คนนี้ก็รู้อะไรดีเยอะ ใครดีใครไม่ได้
ยังพูดกันเลยว่าคนไม่ดีที่นี่มีเยอะจริงๆ
"It seems like good persons cannot be here for long time"
เราก็ตอบกลับไปว่า
"วันหนึ่ง..เราทุกคนก็จะไปจากที่นี่"
เธอไปเดือนหน้าเพราะหมดระยะฝึกงาน
ฉันอาจจะไปหลังปีใหม่
พี่อีกคนที่เราสนิทก็อาจจะเกือบๆกลางปีหน้า
ไม่มีใครอยู่ได้นาน...
ข่าวร้ายไปกว่านั้นคือ
พี่แมเนเจอร์สุดหล่อที่เราปลื้มตั้งแต่วันสัมภาษณ์
กำลังจะออกในสิ้นเดือนนี้
ช๊อคไปเลย...
ไม่ใช่ว่าปลื้มเขาเลยตกใจ
แต่เราก็พอจะจับความรู้สึกได้ว่าเขาก็ไม่แฮปปี้เท่าไหร่
แล้วทำไมไม่ให้เราไปก่อน
ให้เรามองดูเขาจากไปเนี่ยนะ
ถึงจะแค่ปลื้ม ไม่ได้ชอบหรือหลงรักอะไรก็เหอะ
เขาก็คนดีในสายตาเรา
ถ้าคนดีๆค่อยๆหายไปทีละคน
เราคงอยู่ไม่ได้
จะให้เราอยู่ท่ามกลางคนที่คอยถือมีด
เตรียมแทงข้างหลังทุกคน
หรือคนที่ไม่เป็นมืออาชีพแต่อวดดีอวดเก่งตลอด
หรือคนที่ทำอะไรก็ตามเพื่อเอาหน้าเสมออย่างนั้น
เราจะทนได้ยังไงกัน...?
เวลาบ่นเรื่องแบบนี้ขึ้นมาทีไร
แม่ก็จะบอกว่าเพราะโลกที่โรสเจอมา
มันบริสุทธิ์ไง แต่ตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้อง
ออกมาเห็นโลกความเป็นจริงแล้ว
มันเจ็บปวดตอนที่เห็นผู้คนที่ทำอะไรไม่ดี
จากที่เราเคยมองว่าตัวเองก็งั้นๆ
กลายเป็นว่าเราเป็นคนดีขึ้นมาในสังคมแบบนี้
เหมือนที่บางคนที่นี่เคยบอกเราว่า
กับที่นี่ เราถือว่าเป็นคนดีมากๆแล้ว
...นี่แหละชีวิต...
ตอนนี้มีน้องๆฝึกงานมาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ
เราก็คุยๆกันกับน้อง
รู้สึกตัวเองแก่นิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร
น้องถามว่า "ทำงานที่นี่เป็นไงพี่ น่าจะสนุกนะคะ"
ถ้าฝึกงานก็สนุกนะน้อง มันไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเต็มๆไง
แต่ถ้ามาอยู่มารับรู้อะไรๆในเบื้องลึกแล้ว
มันไม่ใช่หรอก
ถ้าไม่รีบเปลี่ยนผู้บริหารให้เร็วที่สุด
โรงแรมนี้อาจถึงสภาวะที่ย่ำแย่และแล้วร้ายมากก็เป็นได้
ขนาดเด็กเมื่อวานซืนอย่างเรายังดูออกเลย
ว่าสิ่งที่ผู้บริหารคิดแต่ละอย่าง
มันไม่เวิร์ค และมันผิดทาง หลงทางมากๆ
แล้วคิดเหรอว่าคนมีประสบการณ์จะมองไม่ออก
ทุกอย่างจะเริ่มเลวร้ายลง
Management ที่ทำงานมาตั้งแต่ยุคแรก
จะพากันลาออก
แล้วลูกน้องทั้งหลายก็จะพากันออกตาม
อย่างน้อยๆ 3 ใน 4 ของพนักงานทั้งหมด
จะไปจากที่นี่
บางครั้งฉันมองดูที่บัตรพนักงานของตัวเอง
เพ่งมองโลโก้บนป้ายชื่อนั้น
ไม่เคยคิด
ไม่คาดหวัง
ว่าจะได้มาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่ใครๆก็ว่าเจ๋ง
และสามารถสร้างพนักงานที่มีประสิทธิภาพ
ภายใต้แบรนด์นี้ ฉันจะไม่มีวันลืม
จะไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่ อีกไม่นานคงรู้กัน
เหนื่อยละ..
อากาศหนาวด้วย คิดถึงทับแก้วทุกครั้งที่ลมพัด
ร้องเพลงกลิ่นจันให้ลอยไปตามลม
"ใครรู้บ้างหรือไม่ในฤทัยโหยอ่อน
นานแสนนาน..ผ่านไปด้วยใจนิวรณ์
ไม่ลืมศิลปากร...กลิ่นจันกำจรมิคลาย..."
หนาว - ตู่ แสตมป์ แชมป์ คัตโตะ
เสียงหัวเราะที่ฟังสนุก เมื่อความรักบานเต็มหัวใจ
ยิ้มของคนที่มีความสุข อากาศหนาวๆ คนรักใกล้ๆ
บรรยากาศที่ดีๆ มากมาย อยู่รอบกายฉัน
แต่ความรู้สึกนั้นกลับตรงข้ามกัน
ข้างในใจฉันเหน็บหนาว เงียบเหงา
วันเวลาเก่าๆ ที่ฉันเคยมีเธอ
ความเหงา กับความหนาว
เป็นอะไรที่ช่างปวดร้าวเมื่อต้องเจอ
จะผ่านให้พ้นคืนหนึ่ง ก็เป็นเรื่องยากเย็นเสมอ
ยิ่งคนที่ใจเคว้งคว้าง ยิ่งไม่มีทางจะผ่านได้เลย
เมื่อเสียงเพลงที่คุ้นเคยถูกเปิด ก็มีคนร้องตามมากมาย
เสียงของคนที่มีความสุข ร่วมกันร้องเพลงจากหัวใจ
บรรยากาศที่ดีๆ มากมาย อยู่รอบกายฉัน
แต่ความรู้สึกนั้นกลับตรงข้ามกัน
ข้างในใจฉันเหน็บหนาว เงียบเหงา
วันเวลาเก่าๆ ที่ฉันเคยมีเธอ
ความเหงา กับความหนาว
เป็นอะไรที่ช่างปวดร้าวเมื่อต้องเจอ
จะผ่านให้พ้นคืนหนึ่ง ก็เป็นเรื่องยากเย็นเสมอ
ยิ่งคนที่ใจเคว้งคว้าง ยิ่งไม่มีทางจะผ่านได้เลย
ฉันได้แต่หวังว่ามีใครสักคน
และได้แต่รอขอแค่เพียงสักคน
ที่จะรับรู้ว่า ข้างในใจของฉันนั้นรู้สึก
อาิทิตย์นี้ต้องเอาเสื้อกันหนาวไปใส่ละ