อยากรู้กันแล้วล่ะสิ
ว่าเรื่องความรักต่อจากตอนที่แล้ว
เป็นยังไงบ้าง...
มีคนงงว่าทำไมอยู่ดีๆเราก็มีความรัก
แม้แต่อาจารย์เลิศ (เราเล่าให้ฟังไปแล้ว)
ก็ยังงง...สงสัยจะเร็วไป
จริงๆเราว่าไม่เร็วเท่าไหร่นะ
ก็บอกไปแล้วว่าแอบชอบเขามานาน
ยังไม่รู้ตัวเลยว่าชอบ 555
ตอนเล่าให้อาจารย์เลิศฟัง
พูดเหมือนโอเล่เปี๊ยบ... “เป็นไปได้”
โอเล่บอก “อยากเห็นรูปว่ะ เขาเป็นไง หล่อไหม เก่ง หรือว่าบุคลิกดี”
เหอะๆ จะบอกว่าข้างต้นเนี่ยไม่มีสักอย่าง
แล้วเราไปชอบเขาเพราะอะไรวะ..งงตัวเอง
อ.เลิศ บอกดูดีๆนะ ว่าเขามีแฟนรึยัง
คำว่าแฟนสมัยนี้ก็มีสองความหมาย
อยู่ด้วยกันแล้วก็เรียกแฟน
เราก็คิดว่ายังมั้ง...
จนได้คุยกับพี่คนนึงก็รู้ว่ายังไม่มีจริงๆ (อิอิ)
ตอนที่รู้ว่ายังไม่มีแฟน
โทร.ไปเล่าให้อ.เลิศฟังด้วยความตื่นเต้น
ยิ้มไม่หุบเลย
ลัลล้า ราวกับเด็กมัธยมแอบปลื้มรุ่นพี่
อ.เลิศบอก “ผมว่ามีความรักแล้ว คุณดูสดใสขึ้นนะ”
แต่จะเป็นไปได้ไหม ...
จะทำอย่างไรต่อไป...
ไม่รู้แล้ว
ไม่รู้จริงๆ ว่าพอแอบชอบเขาแล้วต้องทำไงต่อ
นอกจากเดินสวนกันแล้วทักกัน ซึ่งก็ทำมานานแล้ว
ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้อีกเลย
อ.เลิศ ผู้เป็นกุนซือทุกเรื่องกล่าวว่า
“คุณไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้เขารู้แล้วล่ะ”
ห๊า...จะรู้ได้ยังไงอ่ะ ยังไม่เคยบอกใครเลยนะ
คนในโรงแรมก็ยังไม่เคยเล่าให้ฟังเลย
“อืม เชื่อผมสิ ว่าตอนนี้เขารู้แล้ว
ถ้าเขาอายุเท่านี้แล้วควรจะดูออกแล้ว”
ก็จริงอ่ะนะ
เราก็มีความรู้สึกว่าเขารู้แล้ว
และก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้มีหวังอะไรทั้งสิ้น
ไม่กี่วันก่อนเดินสวนกันเขายังทำเหมือนมองไม่เห็นเราเลย
นอกจากชวนกินข้าวแล้ว
ก็ไม่เคยเห็นท่าทีที่เป็นมิตรมากกว่านั้น
เลิศกูรูกล่าวว่า เขารู้แล้วแต่อาจจะกำลังคิดอยู่
หรือถ้าจากนี้ไปสักพักเขายังไม่มีท่าทีอะไร
คุณก็ควรทำใจนะ
อันนี้รู้...ทำใจมานานแล้ว
นอกสายตามาตลอดนี่...แต่ไม่ได้เจ็บปวดอะไร
ตอนแรกแอบน้อยใจ ทำไมไม่มองเราเลยฟะ
แต่ตอนนี้เฉยๆแล้ว
แค่ได้เจอกันทุกวัน (ที่ไปทำงาน) ก็พอ
วันก่อนมีงานเลี้ยงส่งพี่คนหนึ่งในแผนกเขา
พอดีเรามีธุระต้องเดินเข้าไปในร้าน
ก็รู้ว่าเขามอง แต่ไม่พูดอะไร
นั่งอยู่นานกว่า 10 นาที โดยไม่พูดกัน
ไม่รู้จะพูดอะไร
นอกจากทักทายแล้วมองเขาอยู่เงียบๆ
วันก่อนอีกเช่นกัน
มีงานปาร์ตี้ที่บริษัทจัด
ยืนอยู่ห่างตั้งไกล เห็นเขามองมา พนักหน้าให้
ก็เลยเดินไปถามว่ามีอะไร คุยกันหน่อยนึง
ได้ยืนข้างๆ ได้เห็นเขายิ้ม
แล้วเราก็ให้ช่วยถือของไปเก็บ เขาก็ช่วย
ขากลับเดินผ่านตู้แช่น้ำอัดลมกระป๋อง
เขาถามว่าเอาน้ำไหม
“เป็นนางเอกก็เอาน้ำส้มไปแล้วกัน”
ขำดีแต่ไม่รู้ประชดรึเปล่าสิ
อีกเรื่องคือ มีอยู่วันหนึ่งกินข้าวอยู่โต๊ะเดียวกัน
เรานั่งตรงข้ามเขา (เหมือนเดิมอ่ะ)
แล้วมีพี่คนหนึ่งทักว่าเราหน้ามัน
เขาก็บอกว่า
“ทีหลังก็ใช้กระดาษซับมันบ้างสิ”
“มีแล้ว..แต่ไม่ค่อยได้ใช้”
“มีแล้วก็เอามาใช้ซะ”
ทุกครั้งที่มีประโยคสนทนา
มันมีความรู้สึกเหมือนเขาไม่ได้ตั้งใจพูด
เหมือนพูดไปงั้นๆ
แต่เขาจะทำให้เรารู้ทีหลังว่าเขาจำได้
ว่าเราเคยพูดอะไรบ้าง
เหมือนที่เราแปลกใจว่าทำไมเขาจำข้อมูลเราได้
ยิ่งนานวัน..ยิ่งสะสมความรู้สึกดีๆ
เลิศกูรูบอกว่ามันต้องใช้เวลา
อาจจะเป็นปี แล้วเราล่ะ
เหลือเวลาอยู่ที่นี่ เหลือเวลาเห็นหน้าเขาอีกกี่วัน
ดังนั้น เราจึงอยากเก็บทุกวินาที
ทุกครั้งที่เดินสวนกัน หรือเจอกัน
ขอทักทาย คุย 2-3 คำก็ยังดี
เราไม่อาจรอจนถึงวันที่เขาคิดเปลี่ยนใจได้
เลยเลือกทำในสิ่งที่คิดว่าตัวเองสบายใจและรู้สึกดี...ดีกว่า
ไม่ใช่ว่ารีบร้อนอะไรหนักหนา
แต่อยากเก็บเขาไว้
เป็นหนึ่งความทรงจำดีๆเวลานึกถึงที่นี่
ก็แค่นั้นเอง
ปล. บอกเลิศกูรูไปว่าถ้าเขาไม่มีท่าทีอะไร
ก็จะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นแหละ
อยู่เฉยๆจนวาระสุดท้าย
และจะไม่เสียใจที่ทำแบบนั้น
ไม่รู้ - พลอย วง H
อย่าเพิ่งหันมาได้ไหม
อยากจะแอบมองเธอชัดๆให้เต็มหัวใจ
อย่ามองตรงนี้จะได้ไหม
ฉันยังไม่พร้อมให้เธอรู้ว่ามีใคร
ที่แอบมองเธอทุกวัน ไม่ยอมเจอะกันใกล้ๆ
เพราะฉันไม่รู้ต้องทำยังไงอีก
ฉันต้องทำยังไงอีก
หัวใจมันหวั่นไหวเมื่อเจอะเจอ
ฉันต้องทำยังไงอีก แล้วต้องทำอะไรอีก
รักเธอมากแต่ใจกลับไม่กล้าเจอ
เพราะฉันนั้นรู้ใจเธอมีเขา
และรู้ว่าเราก็คงคบกันไม่ได้ไกล
ไม่ว่าวันนี้หรือว่าวันไหน
คงต้องเก็บมันอย่างวันนี้เรื่อยไป
ได้แต่มองเธอทุกวัน ไม่ยอมเจอะกันใกล้ๆ