หลังจากอ่านเรื่องราวของเรามาได้ระยะหนึ่ง
ก็ 9 เดือนแล้วนะคะเพื่อนๆ
หลายคนคงเดาได้ว่าตอนนี้ซีรี่ย์ Live from the show
กำลังเดินทางมาถึงตอนจบแล้ว...
ยังค่ะ ไม่ใช่ตอนที่ 26 ที่ท่านกำลังอ่านอยู่
แต่ตอนนี้จะเป็นการแจ้งข่าวว่า...
เจ้าของบล็อกได้ลาออกแล้วอย่างเป็นทางการ
จากโรงแรมแห่งนี้...
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2552
และจะสิ้นสุดการทำงานในวันที่ 10 เมษายน นี้ค่ะ
ณ วันนี้ยังเหลือเวลา 2 สัปดาห์
ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ไม่ได้มาเขียนบล็อก
ก็เป็นเพราะว่าเจ้าของบล็อกกำลังทำงานหนักมาก
8 โมงเช้า ถึง สามทุ่ม ทุกวัน
สัปดาห์ละ 6 วัน
ทั้งๆที่เพิ่งฟื้นไข้หลังการฉีดยาเมื่อคราวก่อน
ตอนนี้เลยต้องรักษาสุขภาพสุดชีวิต
ผู้ใหญ่ทางบ้านไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกที่ลาออก
แต่แม่บอกเขาว่า
"ภายใน 8 เดือน ป่วยหนัก 3 ครั้ง ทำงานวันละ 12 ชม. ไม่มีโอที
แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ"
ยังไม่นับความโรคจิต ตีสองหน้าของเจ้านายอีกนะ
เบียร์โทร.มาหา กะจะจองห้องพักที่โรงแรม
เลยบอกเบียร์ไปว่าเราลาออกแล้วนะ
เบียร์บอกว่า "ชั่วโมงนี้แกยังจะกล้าลาออกอีกเหรอ"
"หึหึ แกไม่มาเป็นฉันแกไม่รู้หรอก"
ไม่น่าแปลกใจว่าทำไม HR ถึงเอือมไม่อยากหาเลขาให้เจ้านายเราอีก
และทำไมถึงไม่มีใครอยู่ได้เกิน 3 เดือน
โอเล่...สิ่งที่ฉันอยากบอกแกก็คือ...
ฉันอยู่มาได้ 9 เดือนกับอีก 5 วันแล้วนะ
ถ้าถึงวันสุดท้าย...
ก็เป็น 9 เดือน กับ 18 วัน
มีคนบอกว่า "โรสเก่งเนอะ ไม่เคยเห็นโรสร้องไห้เลย"
เลขาเก่าร้องไห้ในออฟฟิศ ในห้องน้ำ ร้องทุกที่
แต่หารู้ไม่ว่าเบื้องหลัง พื้นที่เรายืนอยู่
มันคือทะเลน้ำตาของตัวเราเอง
ร้องไห้บ่อยมาก
ไม่ได้ร้องเพราะเจ้านาย
แต่ร้องเพราะเหนื่อย
ทำไมเราต้องเหนื่อยขนาดนี้ให้กับงานที่เราไม่อยากทำ
และมันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ
แค่สนองสิ่งที่เจ้านายต้องการมี ต้องการเป็นเท่านั้นเอง
บางครั้งก็ร้องไห้ให้ความอ่อนแอของตัวเอง
เราทำงานมากจนไม่มีเวลาไปไหน
ไม่มีเวลาออกไปหาอะไรดีๆกิน
ไม่มีเวลาคุยกับพ่อแม่
แม่โทร.มา 3 ทุ่มครึ่งเรายังทำงานอยู่เลย
ร้องไห้เพราะเราไม่มีเพื่อนแล้ว
ใครชวนไปไหนก็ไปไม่ได้เพราะติดงาน
...เสียน้ำตาบูชาความอ้างว้างให้ตัวเอง...
พี่ที่ทำอีเว้นต์เคยทำเลขาอีกแผนกหนึ่งมาก่อน
เขาบอกเราว่า
"โรสทำไมไม่พักบ้าง พี่ไม่เคยเห็นเราหยุดงานเลย
ทำงานดึกๆตลอดเลยใช่ไหม"
"พี่ก็ไม่ได้หยุดเหมือนกันนี่นา เห็นอยู่ดึกเหมือนกัน"
"ตอนเป็นเลขาน่ะ..ใช่ แต่มาทำอีเว้นต์ไม่เหมือนกันแล้วล่ะ
ตอนทำเลขา มีงานเจ้านายจะเอา เราก็ต้องทำให้เสร็จ
ทำงานจนไม่มีเวลาไปทำอะไร..ชีวิตแบบนั้นมันแย่"
...ชีวิตแบบนั้นมันแย่...
แล้วเราควรเอาชีวิตของเราไปแลกกับชีวิตแย่ๆแบบนั้นไหม
เพียงเพื่อแลกกับคำว่า
"เก่งจัง อดทนจัง มีงานทำก็ดีแล้ว อยู่ให้ได้ครบปี"
มันเป็นงานที่ไม่มีวันจบสิ้น
แล้วพฤติกรรมของเจ้านายที่อยู่ๆก็ดีด้วย
สักพักก็กลับไปตีสองหน้าหลอกใช้เราเหมือนเดิม
มันก็จะวนลูปไม่รู้จักจบสิ้น
เคยคุยกับเลิศกูรู
"อ. หนูอยากออกจากลูปแล้ว ทำยังไงดี
สมัยเรียน VBA ถ้าไม่อยากให้วนลูป ก็สั่งหยุดได้
ตอนนี้ถ้าเราอยากออกจากลูปบ้างจะต้องทำยังไง
มี Solver ช่วยได้บ้างไหมคะ"
(อ.เลิศฟังแล้วอึ้งไป ถามว่า "นี่เราจำสิ่งที่ผมสอนได้เหรอ")
นั่นดิ ทำไมจำได้...
สมัยที่เรียนจะมีคำสั่งในกล่องข้อความที่เราเล่นกันคือ
มีคำถามว่า "วันที่ 1 เธอรักฉันไหม?"
คำตอบมี 1. รัก 2.ไม่รัก
ถ้าเราคลิกปุ่ม 1. รัก
มันก็จะวนลูปมาถามเราซ้ำอีกว่า
"วันที่ 2 เธอรักฉันไหม?"
ถ้าเราคลิกปุ่ม 1. รัก
มันก็จะวนลูปมาถามเราซ้ำอีกว่า
"วันที่ 3 เธอรักฉันไหม?"
ถ้าเราคลิกปุ่ม 1. รัก ไปเรื่อยๆ
จำนวนวันที่ฉันรักเธอก็จะมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
แต่มันก็ต้องมีวันที่เราไม่ไหวแล้วล่ะ
ถ้าเราคลิกปุ่ม 2. ไม่รัก
มันก็จะมีกล่องข้อความขึ้นมาแทนที่ว่า "ว๊า...เธอรักฉันแค่ 3 วันเองเหรอ"
ชีวิตเราก็เหมือน ของเล่น VBA อันนี้
"วันที่ 1 เธอทนไหวไหม?"
คำตอบมี 1. ไหว 2.ไม่ไหว
ที่ผ่านมาเราฝืนคลิก 1. มาตลอด
จนถึงจุดหนึ่ง ที่เราต้องคลิก 2. แล้ว
"ว๊า...เธอทนไหวแค่ 8 เดือนเองเหรอ"
เราเล่าเรื่องนี้ให้อาจารย์เลิศฟังทั้งน้ำตา
จน อ.เลิศบอกว่า
"แค่ 8 เดือนก็พอแล้วล่ะ"
ช่วงก่อนลาออกคือร้องไห้ทุกวัน
ทั้งล้า ทั้งเหนื่อยทั้งกายและใจ
แล้วเราจะทนอยู่ในสภาพนั้นไปอีกนานแค่ไหน
เพราะรู้ตัวว่าไม่มีวันปรับตัวให้เข้ากับมันได้อีกต่อไป
สุดท้ายนี้...
"ว๊า...เธอทนไหวแค่ 9 เดือน 18 วันเองเหรอ"
ไม่ใช่ "แค่" แต่เป็น "ตั้ง 9 เดือน 18 วันต่างหาก"
สุดท้ายอีกที...
- ตั้งแต่วันสัมภาษณ์เรารู้ตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าเราอยู่ได้แค่ 8 เดือน (sense มันบอก)
http://la-lune.exteen.com/20080613/at-the-beginning-again
- มีน้องเพิ่งจบใหม่ด้านการโรงแรมจาก มหาลัย Top 3 มาสมัครตำแหน่งเรา
เราควรบอกน้องไหมว่าเราเจออะไรมา?
ถ้าน้องทนฟังคำโกหก เรื่องหลอกเด็กได้ทุกวัน
ทนให้เขาปิดประตูโครม ใส่หน้าโดยที่เราไม่ผิด
ทนฟังคำด่าว่าและอารมณ์ขึ้นลงแบบไร้เหตุผลได้
ทนให้เขาจับผิด กระแนะกระแหน ดูถูกว่าเราโง่มาก สู้เขาไม่ได้
บอกว่าตอนสัมภาษณ์ทำเป็นหมด
พอมาทำงานทำอะไรไม่เป็นเลย
เรซูเม่โกหกทั้งนั้น
ภาษาอังกฤษเธอน่ะแย่...
(อ่านเรื่องการสัมภาษณ์ได้จากเอนทรี่อ้างอิงข้างบนนะ
มีตรงไหนที่เราบอกว่าเราทำนู่นทำนี่ได้บ้างไหม
ตอนสัมภาษณ์มีแต่เรื่องไร้สาระ)
ถ้าทนได้ก็คงอยู่ได้แหละ
(ว่าแต่เราควรบอกเขาไหมล่ะ?)
- น้องคนที่ว่า เราเป็นคนชวนน้องเขาเอง (ชวนในใจนะ ไม่เคยพูด)
ว่าจบแล้วให้กลับมาสมัครตำแหน่งนี้
เพราะตอนน้องมาฝึกงาน เจ้านายเราชอบเขามาก และตอนที่เราลาออก
เราก็นึกถึงน้องเขาว่าอยากให้กลับมาๆๆ
สุดท้าย น้องเขามาจริงๆ
เจ้านายเราตื่นเต้นมาก จะเรียกน้องมาสัมภาษณ์ทันทีและเราก็ต้องเตรียมใจโดนสาปส่ง
เพราะน้องเขาน่ารักมาก ตัวขาวๆ เล็กๆ หน้าคล้าย "น้องรถเมล์" แต่ตัดผมบ็อบสั้น
- 918 งวดนี้ ใครสนใจเชิญเสี่ยงโชคได้ ไม่สงวนสิทธิ์จ้ะ
ปล. พี่ในแผนกถามว่า "เลขา..สงกรานต์กลับบ้านไหม"
"กลับค่ะ..กลับหลายวันด้วย (ยิ้ม)"
กลับบ้านนานชั่วนิรันดร์ (เราปิดข่าวอยู่ ในแผนกยังไม่รู้กัน)
อย่าซื้อเวลา - แคทรียา อิงลิช
เราเจ็บกันพอหรือยัง
ลองถามตัวเองว่าเราต้องทนเพื่อใคร
เราอาจไม่ยอมเข้าใจ
ว่ารักของเราที่จริงมันจบแล้ว
ทั้งสองคนทนด้วยความฝืนใจอยู่
แม้รู้ดีว่าเราไม่เคยเข้าใจ
ที่แกล้งทนว่ารักกันอาจเพราะความเสียดาย
ยอมให้มันทำร้ายเราตลอดมา
อย่าซื้อเวลา ไว้ด้วยน้ำตาเราเอง ไม่จำเป็นเลยที่ต้องฝืนใจ
อย่าซื้อเวลาไว้เลย ยอมรับความจริงที่เป็นไป
เราเหนื่อยกับความเสียดายมากพอแล้ว
เราเจ็บกันมาแสนนาน ประดับประคองรักที่ร่วงโรยไร้ค่า
เราต่างต้องเสียน้ำตา เพื่อซื้อเวลาให้กับความอ่อนแอ
ต่างก็เสียน้ำตามากพอแล้ว