2009/Apr/06

 

เหลือเวลาทำงาน 4 วัน
ก็คือวันที่ 7-10 เมษายนนี้
แล้วทุกอย่างก็จะจบลง

...ทุกอย่าง...

รวมถึงเรื่องพี่แอลด้วย
หลายคนคงเกิดคำถามขึ้นในใจว่า
ตอนนั้นพี่แอลชวนเราไปบ้าน
ก็เป็นการส่อเจตนาร้ายแล้ว
ทำไมถึงยังคบกันอยู่..ยังคุยกันอยู่

คำตอบอาจจะง่ายซะจนไม่น่าเชื่อ
ก็เพราะว่าเราชอบเขาไงคะ
แต่..
ทุกสิ่งย่อมมีเงื่อนไข
เพราะหลังจากวันนั้นแล้ว
พี่แอลไม่มีท่าทีทั้งกิริยาหรือวาจาล่วงเกินเราอีกเลย
หลายคนอาจจะบอกว่านี่คือเสือซ่อนลายไงล่ะ
แต่...
เราเชื่อในสัญชาติญาณนะ
พี่แอลไม่ใช่เลวร้ายอะไรนักหรอก
อันนี้พูดเฉพาะเรื่องผู้หญิงนะ
แล้วอีกอย่าง...
เราระวังตัวเองตลอดเวลา
จะทำอะไรก็ต้องดูไม่ให้มันน่าเกลียด
อยู่ในกรอบไว้ อุ่นใจกว่า
..จริงไหมสาวๆ?...

พูดถึงเรื่องสัญชาติญาณ
เลิศกูรูเคยบอกว่าเรื่องพี่แอล
ไม่ขอเกี่ยวนะ ให้เราศึกษาเขาเองดีกว่า
แต่ก็เตือนว่าให้ระวังตัวด้วยแล้วกัน
"คุณไม่ใช่คนโง่นะ..
ผมรู้ว่าคุณรู้ดีอยู่แล้วว่าจะควรทำยังไง"

แหม..ทิ้งกันเลยทีเดียว
อาจารย์คะ เคยได้ยินไหมว่านักปราชญ์ยังรู้พลั้งน่ะ
แล้วเด็กเกือบไร้เลียงผา..เอ๊ย เดียงสาอย่างหนู
จะทำยังไงต่อไปล่ะทีนี้

สรุปก็ไม่ได้ทำอะไรค่ะ
เป็นตัวของตัวเอง
ปล่อยทุกอย่างไปตามธรรมชาติ
ไม่ดึงรั้ง ไม่วุ่นวนตามหา
ไม่เรียกร้องติดตาม
เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง

แล้วเรื่องลาออกล่ะ?
15 มีนาคม
เรากับพี่แอลมีนัดทานข้าวกัน
กดบัตรคิวจองตัวไว้ล่วงหน้า 4 วัน
เนื่องจากพี่แอลลางานหายไป 3 วันแล้ว
กลับมาทำงานวันแรก
พอเลิกงานก็โดนลักพาตัวไปทานข้าวด้วยกัน
เพราะเราอ้างว่ามีเรื่องจะบอก
ฮา..พี่แอลท่านนึกว่าเราจะเผยความในใจมั้ง
เลยบอกให้พูดมาเดี๋ยวนี้เลย!!!
เราบอกว่าไม่อยากพูดทางโทรศัพท์
พี่แอลบอก "อ้าว..หลอกให้อยากฟังแล้วก็ไม่พูด"
สุดท้ายก็ต้องไปกินข้าวด้วยกันจนได้

ณ ร้านรถไฟ
ไม่ได้มีแผนการไว้ก่อน เห็นน่านั่งดีก็เลยไป
ที่นั่งเป็นไม้อยู่ในโบกี้รถไฟจำลอง
บรรยากาศน่ารักๆ

"ที่นัดมาวันนี้เพราะว่ามีเรื่องจะบอกค่ะ"
"มีอะไรว่ามาเลย"
"พี่แอล...เราลาออกแล้วนะ"
...เงียบไป เกือบๆ 5 วิ...
"ทำไมล่ะ ไม่ไหวแล้วเหรอ?"
คำถามนี้มาเป็นอันดับแรก เพราะพี่แอลก็รู้ดีว่า
เราเหนื่อยแค่ไหน
"เรามีเหตุผลอื่น"
"อืม ก็ดี ไปดีก็โอเคแล้วล่ะ"

พี่แอลไม่สบตาฉัน
สายตาเขาทอดลงมองที่โต๊ะไม้
เม้มปาก..ถอนหายใจ
"ก็โอเคอ่ะนะ"

เสียงพูดขึ้นมาลอยๆ
จับใจความหรือหาความหมายไม่ได้
เป็นปฏิกิริยาที่ฉันคาดไม่ถึง
พี่แอล..พูดไม่ออกและไม่รู้จะพูดอะไร
กับเรื่องที่ได้ยินได้ฟัง

วันต่อมา...
อยู่ๆพี่แอลก็มาเยี่ยมถึงออฟฟิศ
ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะมาเหยียบ
เอาเอกสารมาให้
แล้วก็โทร.มาหา ตามตัวเราไปพบแขกที่มาพบเจ้านายเรา
"โทร.ไปไม่มีคนรับเลยนะ ไปไหนไม่เฝ้าออฟฟิศไว้"
"เอาเอกสารไปส่ง"
งง เหมือนกัน อยู่ๆก็เกิดอยากเจอเราขึ้นมาซะงั้น

เรายุ่งมากอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์
เมื่อ 3-4 วันก่อน
พี่แอลชวนกินข้าว ดึกแล้วก็เลยไม่ไป
เพิ่งมารู้ทีหลังว่าวันก่อน
พี่แอลไปสังสรรกับเพื่อนๆแล้ว
มีสาวโต๊ะข้างๆมาเหล่ มาขอเบอร์
แต่เพื่อนพี่แอลก็ให้เบอร์ไป

สาวนางนั้นโทร.มาตอนตี 3
พี่แอลคงรำคาญ ส่งเพื่อนไปเคลียร์
สรุปว่าสาวนั้นคงติดเพื่อนพี่แอลซะเอง
เพื่อนพี่แอลก็ไม่ใช่ใคร
ก็พี่นต ที่เราเคยพูดถึงแล้วนั่นเอง
แต่เราว่าเขาน่าจะใช้พี่นตเป็นสะพาน
พี่แอลยังนิ่งอยู่
เราก็รู้สึกแปลกๆแล้วว่าทำไมอยู่ๆก็โทร.หาเรา
สงสัยเป็นเพราะมีหญิงเริ่มมาติดแล้ว

เราเหลือเวลา 5-6 วัน
ถ้าเราไม่อยู่แล้ว
หญิงคนนั้นอาจจะกลับเข้ามาอีก
คราวนี้ก็สุดแล้วแต่พี่แอลแล้วล่ะ

เราเคยบอกไปแล้วว่าที่นี่มันเป็นเมืองที่ฉาบฉวย
การมีหญิงมาติดพี่แอลก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
และถ้าเขาช่างเลือกหน่อย
ก็คงไม่เลือกผู้หญิงจากสถานที่แบบ
นั้น
พี่ที่แผนกพี่แอลแซวพี่แอลว่า
"หล่อเลือกได้ เลือกจนไม่มีให้เลือก"
เราฟังแล้วโคตรขำ
นึกทีไรก็ขำ
เพราะพี่ที่พูดถึงพี่แอลก็เคยบอกว่า
"ไม่เห็นมันสนใจใคร และไม่เห็นมีใครสนใจมันเลย"
ฮา...

หลายคนสงสัยพี่แอลนี่หล่อไหม
มีพี่เชนคนเดียวที่ได้เห็น
จะว่าไปกอล์ฟเกือบได้เห็นตัวเป็นๆ
ตอนที่มาหาเราที่ล็อบบี้โรงแรม
พี่แอลก็ทำงานอยู่
แต่กอล์ฟไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือพี่แอล

พี่แอลเป็นผู้ชายผิวคล้ำตาโต
สูงประมาณ 172 ซม.
ถนัดขวาแต่ก็ใส่นาฬิกาข้างขวา
เจาะหูข้างซ้าย
ชอบเสื้อยืด กางเกงยีนส์ ใส่รองเท้าผ้าใบ
เราไม่เคยเห็นเขาใส่รองเท้าแตะสักที

โอเล่ ชั้นจะบอกว่าแกน่าจะเคยเจอเขา
แถวๆรถไฟฟ้าสถานีที่แกขึ้นประจำนั่นแหละ
(โอเล่บอก แล้วชั้นจะรู้ไหมล่ะ?)


เมื่อสองวันก่อนมีเรื่องจริงที่เรานึกว่านิยายเกิดขึ้นอีกแล้ว
พี่รูมเมทชวนเราไปกินข้าว
เราไม่รู้ว่าไปกันเยอะ
แผนกหน้าบ้านยกทัพไปเกือบ 10 คน
เราก็เลยบอกพี่แอลมาด้วยกัน
พี่แอลเลิก 3 ทุ่ม บอกว่าไม่แน่ใจว่าจะมาไหม
แต่...เวลา 21.01 น.
พี่แอล โทร.มาถามว่าเราอยู่ที่ไหน
จะตามมา
แล้วบังเอิญ ที่นั่งที่เรานั่งอยู่
ข้างๆว่างอยู่ 1 ที่พอดี
ไม่รู้เก็บไว้ให้ใคร ^__^
บังเอิญจริงๆ
พี่แอลมาก่อนพี่นตก็เลยโชคร้ายมานั่งข้างเรา
ฮา...
งานนี้เหมือนเปิดตัวกันไปแล้ว
เพื่อนเลยแซวว่า
มากันเป็นคู่ๆเลยนะ
สิริรวมได้ 4 คู่
มากันแค่ 10 คน
แต่มี 4 คู่เข้าไปแล้วน่ะ

พอกินเสร็จยังไม่สะใจ
ไปหาอะไรกินต่อ
คราวนี้ไปกัน 2 คน
เราหันไปมองข้างหลัง
เห็นฝรั่งคนหนึ่งมองมาแล้วมองกลับไป
ก็เลยจ้องเขาอยู่พักนึง
หันไปสะกิดพี่แอล
"พี่แอลๆ ผู้ชายโต๊ะนั้นน่ะ ใช่นายเราป่ะ"
พี่แอลหันไป
"เฮ้ย..ใช่ มาได้ไงเนี่ย"

แล้วเราสองคนก็ถูกเชิญให้ไปนั่งโต๊ะนาย
นายที่ว่าคือนายใหญ่แห่งโรงแรมเราเลยล่ะ
เราเดินไป
นายยื่นมือมา shake hand ด้วย

บทสนทนาต่อไปนี้ถอดความจากภาษาอังกฤษ
นายถามว่า "ได้ข่าวว่าเธอหยุดทำงานที่นี่แล้วใช่ไหม?"
*นายใช้คำว่า stop working ไม่ได้ใช้คำว่า resign
"ใช่ค่ะ"
"จะไปเมื่อไหร่"
"วันศุกร์หน้าค่ะ"
"เจ้านายเธอได้เลขาใหม่แล้วนี่ ใช่ไหม"
"ค่ะ เธอเริ่มงานวันพุธที่จะถึงนี้แล้ว"
"อืม เหรอ ... จริงๆแล้วเจ้านายเธอน่ะ เป็นคนที่จิตใจดีมากเลยนะ"
"ค่ะ" (ยิ้ม)
"เขาเป็นคนจิตใจดีมาก แต่การกระทำ..." นายเมินหน้าไปอีกทาง

นายหันไปกินๆ คุยๆ
สักพักหันมาหาเราอีก
"ทำไมเธอถึงจะไปจากที่นี่ล่ะ?"
"ปัญหาครอบครัวค่ะ"
"อืม ถ้าปัญหานั้นเคลียได้เมื่อไหร่ ก็กลับมานะ"

พูดจบ นายยกมือขวาขึ้น
ทำท่า Give me five ประมือกับเรา

"ถ้าเธอทำงานที่นี่จะได้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่อื่น"
"ใช่ค่ะ ชีวิตชั้นเปลี่ยนไปตั้งแต่มาอยู่ที่นี่"
"ได้สัมผัสจิตวิญญาณของพวกเราแล้วใช่ไหม"
"ค่ะ...ฉันรู้สึกว่าฉันโชคดีมาก  เพราะว่าฉันอายุยังน้อย
แต่กลับได้เรียนรู้การทำงานและชีวิตจากที่นี่ เป็นเรื่องแปลกใหม่จริงๆ"

นายทำหน้าพอใจกับคำตอบ
ฉันมองพี่แอลที่กำลังทำหน้าทึ่งกับคำพูดเรา

แม้แต่นายใหญ่ยังจำเราได้
และเห็นว่าเราสมควรกลับมา
เป็นสถานการณ์ที่เราไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้

คืนนั้น...
กลับหอมาพี่แอลปัดผมที่ปรกแก้มออกให้
ก่อนพูดว่า "Good night นะ"
คงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว
ที่ได้ยินคำนี้จากพี่แอล
เขาหันหลังเดินจากไป
ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำอยู่เสมอ
และทำให้เราจำได้แค่หลังของเขานี่แหละ
เวลาเขาเดินมา เรามักไม่รู้ว่าเป็นเขา (สายตาสั้นมองไม่เห็น)
เพราะจำด้านหน้าไม่ได้ (ฮา..ไหมล่ะ)

พี่แอลยัง Take care เราเหมือนตอนที่เราเพิ่งคุยกันแรกๆ
ไม่มีคำพูดหวานๆ
ไม่มีความในใจ
ไม่มีความชัดเจนว่าเราคบกันแบบไหน
อีกไม่กี่วันเราก็จากกันแล้ว
คงไม่มีช่วงเวลาแบบนี้อีก
เขาจำได้หมดว่าเราเคยพูดอะไรไว้บ้าง

เดินมาถึงช่วงเวลาสุดท้ายแล้ว
ขอให้มีแต่เรื่องดีๆแล้วกัน

เราสองคนไม่ได้ตายจากกัน
หลังจากนี้ทำไมจะคบกันต่อไม่ได้
ถ้าไม่ยอมให้มันจบ
จะไม่ให้มันจบก็ได้นี่

แต่...
เรารู้  เขาก็รู้

เขาก็คงอยากให้มันจบแค่นี้
ไม่อย่างนั้นคงไม่มีความพยายาม
ที่จะดูแลเราอย่างดีในตอนนี้
คงเป็นไปไม่ได้ที่จะสานต่อ
ยอมให้จบ
ก็จบ...

 

 

Stay - Zita


Sitting by my side, trying hard to hide.
Sadness in your eyes, with your gentle smile.
Holding on to my hands, saying that you understand.
Why I have to go.

Sitting side by side, staring at the time.
Watching it go by, holding on so tight.
Minutes moving faster, every second matters before we say good-bye.

You say, that, it's better this way, but I want you to say.
Please stay with me, stay by my side.
Please don't ever go.

Standing side by side.
It's time to say good-bye.
Nothing left to hide, as tears fall from our eyes.
Far from here I'm walking, my oppotunity is knocking.
But it's nothing, without you in my life.

You say, that, it's better this way, but I want you to say.
Please stay with me, stay by my side.
Please don't ever go.

You keep saying, that, it's better this way, but I want you to say.
Please stay with me, stay by my side.
Please don't ever say good-bye.

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
จบด้วยดี มีแต่สิ่งดีๆให้คิดถึงกันbig smile
#1  by  V@R At 2009-04-06 18:02, 
อืมมมม

จากกันด้วยดี

แล้วก็

อยู่ที่เธอแล้วล่ะ big smile
#2  by  รักคือ? At 2009-04-06 22:13, 
เรารู้ เขาก็รู้

มันคล้ายๆกับ ผมรู้ คุณก็ใช้ ป่ะ question

เฮ้ย อย่ามัวหมองหม่น อยากทำไรก็ทำซะ น้ำเน่าไปได้ ดับเครื่องชนกันไปเลย

Fast and Furious น่ะ เข้าใจไหม? question


เอ้า สาดน้ำล่วงหน้านะ ศุกร์นี้ชั้นจะขึ้นเชียงใหม่ ถ้าจะตามไปก็โทรมา ขันน้ำ
PinG~ ดีแล้วพี่ ที่ไม่เกินเลยไปกว่านี้

จบแค่นี้เราได้เปรียบแล้ว confused smile

สาดน้ำดีกว่า อิอิอิ ขันน้ำ ดอกมะลิ
#4  by  Pl@y-M@Te At 2009-04-07 10:55, 
แวะมาสาดน้ำเจ้า ขันน้ำ

จากนี้ไปก็ขอให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นนะพี่ confused smile
#5  by  byto ซาราริมังถังแตก At 2009-04-07 16:32, 

<< Home