เมื่อคืนฝันเห็นพี่พีท
พอรู้สึกตัวหน่อยหนึ่งก่อนจะตื่นเต็มที่
พบว่าตัวเองนอนขดเกร็ง ขมวดคิ้วและกำมือแน่นอยู่
ในฝัน...ฉันกำลังวิ่งหนีเขาอยู่เพราะไม่อยากให้เขาเจอหน้าฉันอีก
และฉันก็ไม่อยากเห็นหน้าเขาด้วย
ตื่นขึ้นมาฉันไม่ได้โกรธตัวเองที่ฝันเห็นเขา
ก็ฉันแน่ใจว่าฉันไม่ได้อยากจะฝันแบบนี้
แต่ฉันกลับต้องถามตัวเอง
“ฉันกำลังหนีอะไรอยู่กันแน่?”
ก่อนที่เราจะคุยกันครั้งสุดท้ายมีคำพูดหนึ่งของพี่พีท
เหมือนคำสาปก็ไม่ปาน
“อีกหน่อยไม่มีผมแล้ว คุณจะต้องคิดถึงผม”
ตอนนั้น ฉันยิ้ม คิดในใจว่า “ไม่มีทาง”
แต่พอเวลาผ่านไปฉันก็คิดจริงๆด้วย
คิดว่า แรงแห่งเวรกรรมอะไรนะ...
...ที่ทำให้ฉันไม่โกหกเขาว่า “มีแฟนแล้วค่ะ”
...ที่ทำให้เขาไม่เข้าใจคำพูดว่า “ฉันคงไม่ชอบคุณแน่” สักที
...ที่ทำให้เขาไม่ละความพยายามที่จะติดตามฉันและคงมีแต่ฉัน
ที่จะรับรู้ได้ว่าเขาจะตามไปถึงเมื่อไหร่
...และเวรกรรมอะไรนะ ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาคือตราบาปในชีวิตฉันเลย
ฉันไม่ได้อกหักเพราะเขา ฉันต่างหากที่ปฏิเสธเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
ซึ่งเขาไม่เคยฟังเข้าใจ
ทุกครั้งที่ฉันอยู่ใกล้เขาก็แทบจะไม่มองหน้าเขาเลย
มันกระอักกระอ่วน วุ่นวายใจ
เหมือนทะเลคลั่ง ซึ่งฉันหาคำตอบไม่ได้
ว่าทำไมอาการนี้จึงเป็นเฉพาะกับคนคนนี้เท่านั้น
เหตุการณ์ล่วงมา 6 เดือนแล้ว
วันสุดท้าย...
ฉันกล่าวขออโหสิกรรม (ตามความเชื่อของฉัน)
ขอร้องเขาว่าอย่าตามฉันอีกเลย
ไม่ว่าเรื่องใดที่ทำให้ต้องเจ็บปวด...ฉันจะยกโทษให้
อโหสิกรรมให้ทุกอย่าง
แล้วฉันกำลังหนีอะไร?
หรือเพราะฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองเจ็บปวดมากกว่าที่ใครจะรับรู้
ฉันต้องผจญกับอาการทางประสาทตามลำพัง
ต้องบำบัดตัวเองจากอาการหลอน
- ไม่กล้ารับโทรศัพท์
- ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดเสียงริงโทนให้ดังเวลามีคนโทร.เข้า
- ไม่กล้าลงมาตากผ้าใต้หอ
หรือลงมาจากหอโดยไม่ชะโงกดูก่อนว่ามีคนนั่งรออยู่หรือไม่
- ฉันสะดุ้งทุกครั้งเวลาได้ยินเสียงรถที่เหมือนกับรถของเขา
สุดท้ายคือการกินที่ผิดปกติของฉัน
ฉันก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัว
เรื่องนี้ฉันไม่รู้ตัว แต่วิกกี้เพื่อนชาวมาเก๊าเป็นคนสังเกตเห็น
วิกกี้บอกว่า “ทำไมเธอถึงกินข้าวอย่างไม่เป็นสุขเลย
เหมือนเธอกินเพื่อให้ลืมความทุกข์เลยนะ เธอรู้ตัวบ้างรึเปล่า?”
ฉันไม่รู้...แต่มาวิเคราะห์ทีหลังว่ามันเกิดจากการที่พี่พีทชอบชวนกินข้าว
ด้วยการยืนกดดัน และดักรอทุกวัน (แต่ไม่ได้กินข้าวทุกวันหรอก)
และเวลากิน ฉันก็ไม่มองหน้าเขา กินๆๆ โดยไม่มองหน้า ไม่พูดด้วย
ไม่ใช่ไม่ทรมานนะที่เป็นแบบนั้น
...ฉันทรมานมาก...
พี่พีทไม่เคยรู้หรอกว่าฉันมีอาการขนาดนี้
ยังไม่นับน้ำตาแห่งความเศร้าและความกดดัน
ฉันเคยอยากจะถามเขาเหลือเกินว่าเขาจะชดใช้ยังไง
แต่อย่าเลย...ถ้าเขาคิดจะชดใช้ ฉันจะยิ่งแย่
หลังจากพิจารณาเรื่องราวที่ผ่านมา
ฉันจึงได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่ฉันหนีคืออะไร
ฉันหนีตัวเอง...เพราะฉันรู้ว่าที่แท้จริงแล้วฉันยังไม่ลืม
ยังไม่ได้ให้อภัย 100%
ฉันรู้แล้วว่าแค่ “อดทนและมีสติ” ไม่เพียงพอสำหรับเรื่องนี้
“ความเมตตาและการให้อภัย” จะช่วยยุติความเจ็บปวดได้
มันไม่ยากเกินกว่าจะทำหรอก
เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย
พอมองกลับไปอีกด้านของความเจ็บปวด
การไม่รักคนที่รักเรา
กับการรักคนที่ไม่รักเรา
...มันเจ็บไม่ต่างกัน...
ปล. เข้าใจแล้วว่าทำไม “เวรจึงต้องระงับด้วยการไม่จองเวร”
ไม่รักดี - Paper Jam
ไม่อยากให้เธอต้องเจ็บ
ไม่อยากให้เธอร้องไห้อีก
เพราะฉันเอง ไม่ได้รักเธอ
อย่างที่เธอนั้นเข้าใจ
แค่อยากให้เธอเข้าใจสักหน่อย
กับสิ่งที่เธอทุ่มเททุกอย่าง
ให้กับฉันไม่มีค่าอันใด
ไม่มีทางจะทำให้ฉันนั้นรักเธอ
ได้โปรดเดินไปจากฉัน
จงทิ้งฝันที่มี ไม่รักดี คนคนนี้
โปรดอย่ามองกลับหลัง อย่าฝังฉันไว้ในหัวใจ
และคงไม่นานเท่าไหร่ เธอจะเจอคนที่ดี
เดินทางออกไปค้นหาวันใหม่
เจอใครสักคนที่ดีคนหนึ่ง
ที่จะรัก ที่จะเข้าใจเธอ
ให้ได้เจอวันนั้น ที่ดีกว่า
อย่าทนกับฉัน ลืมคืนและวันที่ผันผ่าน
จะทรมานหากเธอไม่คิดกลับหลัง
ลืมคน ๆ นี้ จบไปเสียทีทุกทาง
อย่าค้างคาอย่าเสียดาย