2009/Oct/01

หลังจากชีวิตผจญมรสุมมาได้พักใหญ่
เรียกว่ายาวนานเป็นปีเลยทีเดียว
ในที่สุด...ช่วงเวลาแห่งความว่างก็มาถึง
สิ้นเดือนสิงหาคม  ภารกิจที่ทำมานานแสนนานก็เสร็จเสียที

พอถึงเดือนกันยายน
เพิ่งเริ่มรู้สึกถึงการได้ “พัก” จริงๆเป็นอย่างนี้เอง
ช่วงนี้อ่านหนังสือเป็นหลัก 
หลังจากทบทวนสิ่งที่ขาดหายไปแล้วว่ามีอะไรบ้าง
ได้ความว่า...
1. ภาษาอังกฤษ
2. ภาษาจีน
3. บุคลิกภาพ

ภาษาอังกฤษง่อยลงอย่างเห็นได้ชัดมากกกกก 
ตอนนี้อ่านหนังสือเตรียมสอบโทอิค  เพราะมันหมดอายุพอดี
แกรมม่าง่ายๆ คำศัพท์ง่ายๆก็ลืม  เช่น  มิวเซียม (Museum)
ที่แปลว่าพิพิธภัณฑ์นึกนานมากว่าสะกดยังไง  
คำว่า คอมมิตตี  (Committee)
ก็นึกนานเหมือนกันว่ามัน มี m มี t  มี e  กี่ตัวกันแน่
ภาษาจีนด้วย  ตั้งแต่วิกกี้กลับมาเก๊าไป  ก็ไม่ได้พูดกับใครอีก
จนเริ่มนึกศัพท์ไม่ค่อยจะออกแล้ว

นอกจากข้างบนนี้แล้ว  ตอนนี้ก็ศึกษาธรรมะเพิ่มเติมด้วย 
ธรรมะก็คือ How to อย่างหนึ่ง  แต่เป็น How to ในเรื่องการใช้ชีวิต
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็โมดิฟายกันทั้งตัวเลยแล้วกัน  เอาทั้งภายนอกภายในเลย
แต่ผลที่ได้รับดีเกินคาดนะ
ชีวิตมีความสุขขึ้น  สบายใจมากขึ้น 
ทั้งๆที่เมื่อ 3 เดือนก่อนยังร้องไห้ฟูมฟาย+คิดฆ่าตัวตายอยู่เลย

ตอนที่จะปลิดชีวิตตัวเอง  ยังดีมีสติอยู่บ้าง  เลยเข้าห้องพระสวดมนตร์
นานเหมือนกันกว่าจะสงบได้
จนกลับมานั่งหายใจเป็นปกติอย่างทุกวันนี้

สุขภาพก็แข็งแรงขึ้น  ไม่ได้ไปโรงพยาบาลมา  2 เดือนแล้ว (เย้!!!)
(ครั้งสุดท้ายตั้งแต่ตอนที่จับไข้ลุกไม่ขึ้น  ช่วงที่นิดารับปริญญาน่ะ  ต้นเดือน ก.ค.)
คงเป็นเพราะหายเครียด  ภูมิคุ้มกันเลยดีขึ้นด้วย 
ทั้งๆที่ฝนก็ตกบ่อย+ตากฝนบ้าง  เหมือนเดิม
ไมเกรนก็ไม่มากวนอีก  จำไม่ได้แล้วว่าปวดหัวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
ทั้งๆที่อาหารการกินก็กินเหมือนเดิมมาตลอด
อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหายเครียดอย่างเดียวหรือว่าไม่เจอแดดด้วย
แล้วก็ไม่กินช็อกโกแลตมาหลายเดือนแล้ว

ถ้าจะให้วัดระดับความสุขตอนนี้คงให้  9  (เต็ม 10 นะ)
สูงมากแล้ว...ที่ไม่ให้ 10 เพราะอาจมีสุขกว่านี้  แต่ยังค้นไม่พบ
ชีวิตที่ไม่มีทุกข์...
แต่ไม่ได้สุขจนเว่อร์ 
สุขที่ใจสงบ...ไม่ได้สุขแบบสวิงสวาย  ฉูดฉาดเหมือนที่เคยเจอมาตลอดชีวิต
สุขที่ได้ใช้ชีวิตกับคนที่เรารักอย่างเรียบง่าย
สุขที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพักจากการทำงานหนัก
ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย

ทุกวันนี้ได้ทำอะไรเล็กๆน้อยๆ ให้พ่อแม่ตามประสา
กลับมาเป็นเด็กตลกเหมือนเดิม  หลังจากตลกไม่ออกอยู่เป็นปี
ควงพ่อไปช็อปปิ้ง  ฟังเขาเล่าเรื่องราวสมัยหนุ่มๆ นั่งหัวเราะด้วยกัน
นานมากเกือบ 10 ปีแล้วที่ไม่เคยได้คุยเล่นกันเลย
บางคนอาจคิดว่ามันไร้สาระ
แต่การได้ “หยุด” จากปัญหา  ความทุกข์ทั้งหลายนั้น
สำหรับเราถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว
ตั้งแต่เกิด  ไม่เคยมีช่วงเวลาแบบนี้มาก่อน
เลยอยากใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่า

รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่อยากได้อะไรอีก
สิ่งเดียวที่ขาดไปตอนนี้คือ หน้าที่การงานที่มั่นคง 
จะได้มีเงินไว้เลี้ยงชีพ ดูแลตัวเองให้รอด
แค่นี้เอง...
(ตอนนี้ก็หางานไปด้วย  แต่ไม่รีบร้อน)

18  กันยายน 
นัดเจอเพื่อนๆในเอกบรรณฯ 
จริงๆตอนแรกตั้งใจเจอกันเองแค่ 4 คน 
พอดีเลิศกูรูเสนอตัวร่วมแจม  เลยขยายจำนวนคนออกไปนิดหน่อย
เลยเป็นชุมนุมเอก ขนาดย่อมๆ ใจกลางสยาม
ขอบคุณเพื่อนๆมากที่มาเจอกัน  ที่ขยายผลบอกต่อกันไป
นัดกระชั้นชิดไปหน่อย   ได้มาเจอกันก็อบอุ่นดี

นอกจากนี้เดือนกันยายน  ยังเป็นเดือนที่เพื่อนสนิท ญาติสนิท เกิดมากที่สุดด้วย
6  กันยายน   อรซัง
15  กันยายน  วันศิลป์ พีระศรี  (คนนี้ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่เพื่อน แต่คงไม่ต้องบรรยายความสำคัญ)
17  กันยายน  เลิศกูรู
18  กันยายน  น้องนิดา
20  กันยายน  คุณชายเบียร์
24  กันยายน  สาวปอ (เอกฝรั่งเศส  อดีตคู่หูวิชาภาษาอังกฤษการแปล)
25  กันยายน  เพื่อนก้อง เทคโนฯ (คบกันมาตั้งแต่วันรับน้องมหาวิทยาลัยวันแรก จนถึงตอนนี้)
       และ พี่นก  พี่ร่วมเอกบรรณฯ ผู้มีอุปการะคุณให้คำปรึกษาและกำลังใจ
                      (2 คนนี้เกิดวันเดือนปี เดียวกันเลยนะ)
26  กันยายน  น้าสาว  แม่คนที่สองของเราเอง
HBD ทุกๆคน  ขอให้มีความสุขมากๆ  ขอบคุณและขอบใจ  ในทุกๆเรื่อง ทุกๆอย่าง
รักทุกคนมาก

ปกติเดือนกันยายนของทุกปีจะทุกข์เยอะนะ  เพราะเป็นช่วงสอบปลายภาค
จะเครียดมากเป็นพิเศษ
แต่....
ณ  เดือน 9  ปี 2009
ช่วงเวลาที่ดีมากๆ  วันที่ท้องฟ้าของเราสดใสที่สุด
แม้เป็นฤดูฝน  แต่ไม่ใช่ฝนน้ำตาอีกแล้ว

เป็นฝนน้ำทิพย์ที่มีแต่ความสุขและเรื่องดีๆ

 

ความสุข (Ost.ความสุขของกะทิ) – นภ พรชำนิ 

น้ำในตากับฝนโปรยปราย
ดอกไม้กำลังบานใต้แสงตะวัน
แม่น้ำลำคลองเอ่อล้นจนเต็มริมฝั่ง
เสียงดนตรีหรือสายลมโชย
ใบไม้ร่วงโรยกับเมฆสีดำ
ชีวิตนั้นจะชอกช้ำหรือสวยงามแค่ไหน
แต่สุดท้ายแล้วมันก็ผ่านไป
เกิดขึ้นมาก็มีวันจบไป
โลกยังคงหมุนเวียนและเปลี่ยนไป
สุดแต่ใครที่จะเข้าใจในเรื่องนี้

โมโหโกรธากับฟ้าคะนอง
ชื่อเสียงเงินทองลาภยศรางวัล
ชีวิตนั้นจะโศกศัลย์หรือรื่นเริงแค่ไหน
แต่สุดท้ายแล้วมันก็ผ่านไป
เกิดขึ้นมาก็มีวันจบไป
โลกยังคงหมุนเวียนและเปลี่ยนไป
สุดแต่ใครที่จะเข้าใจในเรื่องนี้

จึงอยากบอกเธอ...นะ  คนดี
ใช้ชีวิตให้มีความสุขด้วยวันเวลาที่เธอมี

เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ผ่านไป
เกิดขึ้นมาก็มีวันจบไป
โลกยังคงหมุนเวียนและเปลี่ยนไป
สุดแต่ใครที่จะเข้าใจในเรื่องนี้

สุดแต่ใครจะยอมเข้าใจในเรื่องนี้

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
PinG~ ดีใจด้วยครับ มีความสุขสะทีนะ big smile

ส่วนตอนนี้ผมเครียด นั่งอ่านหนังสือ + ปั่นงาน

เฝ้ารอปิดเทอม อยากไปเที่ยวใจจะขาดแล้วววว
#1  by  Pl@y-M@Te At 2009-10-01 17:30, 
สุขภาพดีขึ้น นับว่าดีมากเลยจ้ะ
#2  by  โก๋สิจ๊ะ At 2009-10-01 22:30, 
เย่ๆๆๆ
ดีใจจัง พี่สาวมีความสุข

ยิ้มยิ้มด้วยคนนะคะ
#3  by  รักคือ? At 2009-10-02 14:42, 
ไม่ได้เข้ามานานมาก
ได้อ่านแล้ว พี่โรสมีแต่เรื่องดีๆ ไบต์็ก็ดีใจด้วยนิconfused smile

งานวันอาจารย์ศิลป์ ไปที่ท่าพระมาด้วยอะพี่
คิดถึงสมัยเรียนโคตรๆ
#4  by  byto ซาราริมังถังแตก At 2009-10-04 16:10, 
จะลืมอังกฤษเหมือนกันค่ะ
เพราะลงแจ๊ปไปมาก
๕๕๕

ไม่เหมาะกับเรียนเอกโทภาษาทั้งสองอย่างจริงด้วย


สู้เพื่อความสุขนะคะ
ขอให้มีความเศร้าน้อยกว่าความสุขค่ะ
big smile
#5  by  Millhz At 2009-10-06 01:42, 
มีความสุขกะแกด้วยจิงๆว่ะ เราก็เพิ่งผ่านเรื่องแย่ๆในชีวิตมาเหมือนกัน เก็บตัว ไม่พบไม่คุยกะผู้คน ตอนนี้เริ่มเข้มแข็งขึ้นมาบ้างแล้ว หัวเราะได้บ้างแล้ว พออ่านเรื่องแกวันนี้ มันก็เพิ่มกำลังใจมาให้เราได้ว่ะ

แล้วเจอกันนะ พาเที่ยวเมืองชลด้วยดิ
#6  by  เหมี่ยว (78.101.21.120) At 2009-10-09 00:46, 
อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าแกกำลังสบายใจมาก
ดีใจด้วยที่เลิกทัวร์โรงพยาบาลซะที
อย่าเพิ่งสงบนิ่งมากจนออกบวชล่ะ sad smile

คิดถึงเหมือนกัน

<< Home