2009/Nov/08




"รักแท้น่ะมีจริง แต่ที่จริงกว่านั้นคือกิเลส
กิเลสมากก็ทุกข์มาก กิเลสน้อยก็ทุกข์น้อย
สมดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่าที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์"

“วาทะดังตฤณจาก ทางนฤพาน”


2-4 พฤศจิกายน 2552   ณ ทับแก้ว
ออกจากบ้าน 9 โมงเช้า  
11 โมงครึ่ง  อยู่บนรถป.2 สาย 78  กรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก
สายเดิมที่เคยใช้บริการบ่อยๆเมื่อก่อนนี้
ตอนอยู่บนรถรู้สึกหายใจไม่ค่อยคล่องเลย
รู้สึกใจเต้นยังไงไม่รู้   ราวกับไปออกเดทครั้งแรก (เว่อร์ไหม)
มันตื่นเต้นน่ะ  ไม่รู้ว่าทับแก้วเป็นอย่างไรบ้าง
เหมือนเพื่อนที่ไม่เจอกันนาน  อยากถามว่าสบายดีไหม?
เกือบ 2 ปีแล้วที่จากกันไป  
ครั้งสุดท้ายทับแก้วก็เปลี่ยนไปจากความทรงจำเราพอสมควร
แต่วันนี้ล่ะ  ไปถึงแล้วจะเจออะไรก็ไม่รู้
กลัวรับไม่ได้  กลัวทุกอย่างไม่เหมือนเดิม
...กลัวความเปลี่ยนแปลง...

12.40  หน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร  วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
คำพูดแรกที่นึกออกคือ... “ทับแก้วจ๊ะ...เธอดูเปลี่ยนไปนะ”
ความเจริญเข้ามามากขึ้น  นักศึกษาก็มากขึ้น
อะไรๆ ก็ดูเปลี่ยนไป  “เธอดูเป็นสาวขึ้นนะ..ทับแก้ว”
อย่างแรกคือพุ่งตรงไปอาคาร 50 ปี  เดินตรงไปที่ภาคบรรณฯ
เดินผ่านลานทรงพล  ที่ที่โรงละครทรงพลไม่อยู่แล้ว
แถมกั้นพื้นที่ก่อสร้างกินเนื้อที่ลานทรงพลไปครึ่งหนึ่ง
โชคยังดีที่เขาล้อมต้นไม่ใหญ่ขุดเก็บไว้  ไม่รู้จะปลูกคืนลงไปไหม
ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า  เขาจะกินพื้นที่ลานทรงพลไปครึ่งหนึ่งจริงๆหรือ
...เสียดาย...

เพื่อนเอ๋ย...รูปตอนรับปริญญาที่เราถ่ายกันที่ลานทรงพลน่ะ  
เก็บไว้ให้ดีๆนะ  ต้นไม้ต้นที่คุณชายเบียร์กับนิดาเคยถ่ายรูปด้วยกันน่ะ
ตอนนี้ไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้

สวนสวรรค์ที่เราเคยจัดงานบายเนียร์ให้พี่รุ่น 34  คงไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว
เหลือแต่ภาพถ่ายและความทรงจำ
แค่ตัดกิ่งไม้ออกไป  ก็ใจหายแล้ว
แต่ตอนนี้ขุดทั้งต้นขึ้นมา  สร้างตึกไปแทนที่...จะเสียใจแค่ไหน...
ไม่ได้ถ่ายรูปมาน่ะ  เพราะ ณ ขณะนั้นมีความรู้สึกไม่อยากถ่าย  ไม่อยากมองเลย
ขอโทษนะเพื่อนๆ...

ขึ้นไปถึงภาคบรรณฯ  ระหว่างทางเงียบมาก  เพราะวันนี้ไม่มีการเรียนการสอน
เจออ.ระเบียบ   คำแรกที่อ.ทักเราคือ  “ดูดีขึ้นนะ”
คงเป็นคำชม  จากที่คราวก่อนๆ อาจารย์บอกว่า
“จบไปตั้งนานเรายังเหมือนเดิมเลยนะ  เหมือนยังเป็นนักศึกษาอยู่”

ต่อด้วยคำถามที่อาจารย์ทุกคนต้องถาม เช่นว่า
“ทำอะไรอยู่ ที่ไหน?”
“ได้เอาความรู้ไปใช้บ้างไหม?”  ที่ภาควิชาอยากพัฒนาหลักสูตรเลยต้องสำรวจกันหน่อย

เลิศกูรูพาไปร้านไอติม  แต่อดกินเพราะร้านปิด 4 วัน
เศร้าจนคอตก  เซ็งมาก  จนอาจารย์ต้องพาไปกินไอศกรีมโยเกิร์ตแทน
ซึ่งไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่เลย  (จิตใจฝักใฝ่แต่ไอซเบิร์ก  555)
ตอนเย็นกินข้าวแล้วเดินไปมาอยู่ในงานลอยกระทง
ไปนั่งเล่นที่สะพานสระแก้วก่อน
อากาศดีมากเพราะเริ่มหนาวแล้ว  คนบนสะพานก็ไม่มาก
อยู่แบบเงียบๆ  มันชิลล์เหมือนเดิม
ในงานลอยกระทงปีนี้จัดอลังการดาวล้านดวงมาก  ไฮโซกว่าที่เราเคยเจอ
ชื่องานว่า “ทีปาวลี...ราตรีเหนือกาลเวลา” (ใช่ไหมเนี่ย  ชักจะจำไม่ค่อยได้)
ปกติงานลอยกระทงที่นี่ก็ตั้งชื่อหรูๆ อยู่แล้ว
ตอนแรกนึกว่างานจะเงียบเพราะดูไม่มีคน
ที่ไหนได้  ทุ่มกว่า  คนมาเพียบ  เยอะขนาดว่าแทบไม่ต้องเดินเอง
ไหลไปตามฝูงชน  อะไรจะขนาดนั้น
แต่ในใจเหงา ...พูดไม่ออกเลย  เทศกาลแบบนี้ไม่ควรอยู่คนเดียวอย่างแรง
ใครเขามาเป็นคู่   มาเป็นกลุ่ม   ทำไมเรามาคนเดียว?
สะกดคำว่า “เหงา” ได้ขึ้นใจ  มันเป็นอย่างนี้นี่เอง  “ความเหงา”

เกือบ 3 ทุ่ม  จิน ปุ้ม  หน่า  มาถึงทับแก้ว
ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน  นั่งเม้าท์
ทุกคนลงความเห็นว่างานลอยกระทงในทับแก้วเปลี่ยนไปมาก  
คนเยอะจนไม่รู้ว่าเราควรจะไปยืนตรงไหนดี  
ไม่รู้ว่างานไม่สนุก   หรือว่าเราเองที่รู้สึกว่าไม่สนุก
สรุปว่าไม่ได้ลอยกระทงในคืนนั้น
อย่างที่จินบอก  “มาเอาบรรยากาศ  แค่อยากกลับมามหาลัย”
5 ทุ่ม  เราไปพักที่บ้านอ.ระเบียบ
เพื่อนๆ ขับรถกลับกรุงเทพฯ

อากาศเงียบและเย็น  วังเวง  ตามสไตล์ทับแก้ว...
รู้สึกถึงบรรยากาศเดิมๆ เวลาผ่านมากี่ปีแล้วนะ
มีรูปด้วยแต่ขอติดไว้ก่อน

 

 

 

 
รักเธอ - ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน

สายลมอะไรนะ ที่พาฉันมา
ฉันจึงคืนมา คืนกลับมาในวันเหงา
หวนมาที่ตรงนี้ ที่มีเรื่องราว
และวันเก่าๆ มีแต่เราไม่เคยห่าง
ที่นี่มีรักผูกพัน และมีคืนวันที่ดีให้ฉันเสมอ
สายลมแห่งความรัก นั่นเองพัดมา
ฉันจึงคืนมา มาหาเธอ
แม้นานสักเพียงไหน เธอก็ยังงดงาม
เพราะความทรงจำ คงอยู่ในหัวใจ
ฉันเคยได้ฝากรัก ฝากหัวใจ
ฉันจึงคืนมา มาทวงถาม
ที่นี่มีรักผูกพัน และมีคืนวันที่ดีให้ฉัน
ต่อไปจากนี้ ทุกสิ่งจะยอมให้เธอ ทุกอย่าง
ไม่จากไปไหน เพราะในใจ เฝ้าร่ำร้อง
(ว่า) เธอไม่เคย ไกลห่างจากใจฉัน
แม้นานแสนนาน ที่ฉันได้จากไป
ขาดเธอคนเดียว...ทุกอย่างหมดความหมาย
ทุกลมหายใจบอกหัวใจ...รักเธอ



ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ดีจังค่ะ กลับมาด้วย
เราเองเรียนอยู่ที่นี่แท้ๆกลับไม่มีเวลาไปลอย

สงสัยถ้าไปทำงานแล้ว คงต้องแวะกลับมาบ้างแล้วหล่ะ
#1  by  0849 (202.44.135.39) At 2009-11-08 11:31, 
อยากหนีกลับทับแก้ว
แต่กลัวว่าไปแล้วจะรู้สึกแย่
เพราะรู้แล้วว่า จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
กลัวมากว่า ถ้าพบว่าที่ๆเคยเป็นหลุมหลบภัยของเรา เป็นบ้านเดิมของเรา มันไม่เหมือนเดิม

...

แล้วเราจะหนีไปไหนได้อีก ในเมื่อไม่เหลือที่ให้ไปแล้ว

...

คิดถึงแกว่ะ
ลอยกระทงปีนี้ก็ไม่ได้ลอยอีกเช่นเดิม
โดนเรียกไปทำงานซะได้
คิดถึงบรรยากาศเดิมๆ อยากไปนอนปูเสื่อริมสระแก้วอีก
คิดถึงว่ะ

ปล. แกโอเคดีใช่มั้ยโรส
#3  by  0545128 (83.136.59.145) At 2009-11-08 20:05, 
ในที่สุดก็ได้กลับสู่ทับแก้วอีกครั้งจนได้นะโรส โหยหาน่าดูสินะquestion
#4  by  เชน หยินและหยาง At 2009-11-08 21:01, 
อยู่ที่ทับแก้วเปนปีแรก
เคยไปทำงานชั้นปีในโรงละครทรงพล

แม้จะเห็นหน้าค่าตากันไม่นาน
แต่ก็รู้สึกใจหายเหมือนกันที่เขาทุบโรงละคร


ไปกิน ไปทำงาน ไปนอนที่นั่น
รู้สึกเหมือนบ้าน
อาจไม่ใจหายเท่า
เพราะความผูกพันอาจไม่เท่ากัน

..
แต่ที่เหมือนกัน
คือรู้สึกไม่อยากให้มีอะไรเปลี่ยนไป

กลัวการเปลี่ยนแปลง
big smile
#5  by  Millhz At 2009-11-08 21:48, 
อ่านแล้วก็คิดถึงตอนเรียนมหา'ลัย
#6  by  maebin At 2009-11-09 11:26, 
เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย ทั้งๆที่มีโอกาสได้อยู่ไทยแล้ว

แค่คิดถึงทับแก้วก็สุขใจแล้วว่ะ

ดูแลตัวเองด้วยแก
#7  by  เหมี่ยว (89.211.162.9) At 2009-11-09 15:18, 
สถานที่แห่งนี้ไปกี่ครั้งก็ประทับใจทุกครั้งbig smile
#8  by  V@R At 2009-11-11 14:08, 

<< Home