2010/Jan/26

 

วันหนึ่งใน พ.ศ. 2458  ข้าพเจ้าอายุ 12 ปีเศษ  กองนักเรียนเสือป่าทำการซ้อมรบ 
ตั้งกองอยู่ที่พระราชวังสนามจันทร์และทราบว่าข้าศึกอยู่ที่นครปฐม 
ผู้บังคับบัญชาของข้าพเจ้าสั่งให้ข้าพเจ้าออกสอดแนม 
ต้องการทราบว่าที่ปลายถนนราชดำเนินติดต่อกับองค์พระ (องค์พระปฐมเจดีย์-เจ้าของบล็อก)
มีการเคลื่อนไหวของข้าศึกอย่างไรบ้าง  ข้าพเจ้าออกทำการ 
จะเดินไปตามถนนราชดำเนินก็ไม่ได้เพราะเป็นที่แจ้ง  ข้าศึกเห็นเข้าก็อาจยิงหรือจับตัวข้าพเจ้าไป
ดังนั้น  ก็ต้องลัดเลาะไปตามหมู่บ้านทางซ้ายมือ 
อุปสรรคข้อแรกก็คือเข้าไปอยู่ในดงต้นไผ่  ได้รับบาดแผลหลายแห่ง
พอออกมาได้สุนัขก็เริ่มเห่า  เป็นเหตุที่จะทำให้ฝ่ายข้าศึกทราบว่ามีอะไรผิดปกติขึ้นแล้ว
แต่อีกสักครู่  สุนัขบ้านอื่นก็เห่าตามกันไป  เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าสบายใจขึ้น 
เพราะข้าศึกจะไม่ทราบว่าข้าพเจ้าอยู่ตรงไหน 
ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย  ก็รีบกลับมารายงานผู้บังคับบัญชา
(หน้า 22)

ในปีต่อมา  ข้าพเจ้าอายุ 13 ปีแล้ว  กองเสือป่าจะเดินทางย้ายไปยังค่ายหลวงบ้านโป่ง....
(หน้า 22)

ที่บ้านโป่งปีนั้นเอง  พอถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์  เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดีผู้เป็นอาของข้าพเจ้า
และเป็นเกียกกายเสือป่า  (พิมพ์ตามหนังสือค่ะ จขบ.ไม่ทราบเช่นกันว่าเกียกกายคืออะไร-เจ้าของบล็อก)
ให้คนมาปลุกข้าพเจ้าแต่เช้า  ส่งข่าวว่าบิดาของข้าพเจ้าได้ถึงอสัญกรรมเสียแล้ว
ให้ข้าพเจ้าลงไปกับท่านโดยรถไฟพิเศษ  ข้าพเจ้าได้รับความกระทบกระเทือนใจมาก
พบคุณอาขึ้นรถไฟด้วยกันแล้ว  ท่านบอกว่าให้อยู่กรุงเทพฯ เพื่อเคารพศพเท่านั้น
ให้ค้างวันเดียวแล้วให้กลับไปปฏิบัติราชการที่บ้านโป่ง  ถือว่ากิจการเสือป่าเป็นงานสำคัญ
ข้าพเจ้าก็ปฏิบัติตามที่คุณอาสั่ง

พอกลับไปถึงค่ายหลวง  ข้าพเจ้าก็รีบไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท (เฝ้าฯรัชกาลที่ 6-เจ้าของบล็อก)
น้ำตาไหลอาบหน้า  กราบบังคมทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีพ่อเสียแล้ว”

ทันทีทันใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีกระแสพระราชดำรัสว่า “ไม่ต้องกลัวจะเป็นพ่อแทนให้”

(ขีดเส้นใต้ตามต้นฉบับ-เจ้าของบล็อก)

ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าตื้นตันใจ  ร้องไห้น้ำตาไหลยิ่งกว่ากราบบังคมทูล

อีกหลายปีต่อมา  พระนางเจ้าสุวัทนา  พระวรราชเทวี 
กราบทูลสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ  เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาว่า
“เรียกหม่อมหลวงปิ่นเขาว่าพี่นะ  เพราะเขาเป็นลูกของทูลกระหม่อม”
เรื่องนี้ข้าพเจ้าสะดุ้ง  เห็นว่าคงไม่ดีกระมัง  จึงปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปตั้งแต่วันนั้น
(หน้า 23)

จะเห็นได้ว่าหม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล  นั้น  ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
จากล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 มาก  ดังจะเห็นได้จากผลงานของท่าน
ที่ได้ทำไว้ให้แผ่นดิน  ซึ่งถือเป็นการถวายงานเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ

โปรดติดตามตอนต่อไป
หมายเหตุ  ตอนต่อๆไปจะขอคัดลอกนำเฉพาะเรื่องราวของหม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทับแก้วที่ท่านได้เขียนถึงไว้ในหนังสือเท่านั้น 
นอกจากนี้  ท่านยังได้เขียนถึงเรื่องราวของท่านครั้งศึกษาในประเทศอังกฤษ 
รักษาตัวที่สวิตเซอร์แลนด์  การกลับมารับราชการในประเทศไทย
รวมถึงการริเริ่มการศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น  มศว.  ม.บูรพา  ม.เชียงใหม่
ที่ท่านได้กล่าวถึงไว้หลายตอน 
โดยเฉพาะ ม.เชียงใหม่  ท่านได้แต่งคำประพันธ์ไว้หลายต่อหลายบท  กล่าวถึงอ่างแก้ว
รวมถึงเพลงยาวที่ยาวเกิน 1 หน้ากระดาษ A4 ด้วย
สำหรับน้องๆที่อยู่ทับแก้ว  คิดว่าสำนักหอสมุดของเราน่าจะมีหนังสือเล่มนี้
หากอยากซาบซึ้งกับอรรถรสของผู้เขียน  ขอให้หามาอ่านดูเถิด

Comment

Comment:

Tweet


Loved this article. Will be back soon.
#5 by Web Hosting India (49.249.142.31|49.249.142.31) At 2014-02-21 14:15,
พี่โรสคะ
ตอนนี้ออนพาตัวเองกลับมาอยู่แถวทับแก้วแล้วนะ

คิดถึงพี่สาวจัง
เป็นห่วงนะคะ
#4 by รักคือ? At 2010-01-26 23:45,
ต้องหามาอ่านเสียแล้ว
cry
#3 by bouudaes At 2010-01-26 17:23,
PinG~ สุดยอดเลยครับ confused smile
#2 by Pl@y-M@Te At 2010-01-26 13:09,
ติดตามตอนต่อไปค่ะbig smile
#1 by Meowzilla Zilla At 2010-01-26 12:27,