2010/May/10

 

ก่อนจะเข้าเนื้อหาขออภัยก่อนที่หายไปนาน
นานจนเพื่อนโทร.มาถามว่า โรสเลิกทำบล็อกแล้วเหรอ
จะเลิกได้ไง  มันเป็นงานอดิเรกนะ  ไม่ได้เลิกจ้ะ
ช่วงนี้ร้อนจนหงุดหงิดหัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ละลายได้คงละลายไปแล้ว  เฮ้อ...

มา...ต่อเรื่องราวที่ค้างคากันอยู่ดีกว่า
เอนทรี่สุดท้ายของซีรี่ย์ "ทับเอ๋ยทับแก้ว" แล้วจ้ะ

------------------


ช่วงท้ายของหนังสือ อัตชีวประวัติของหม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล
ตั้งแต่ประมาณ หน้าที่ 200 เป็นต้นไป
เป็นการสรุปผลงานการทำงานของท่าน 
ท่านก็ได้ประเมินคะแนนการทำงานแต่ละอย่าง
และเช่นเคย  ขอคัดมาเฉพาะช่วงที่เกี่ยวกับทับแก้ว

(หน้า 230)  ถ้าจะถามว่าผู้เขียนได้ทำอะไรบ้าง
ก็ต้องตอบว่าทำงานทุกอย่างโดยไม่รังเกียจงาน
แต่มีงานใหญ่ๆอยู่ 6 ครั้ง:-
ระหว่างที่เป็นข้าราชการประจำ 3 ครั้ง  คือ
1.  การจัดตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
2.  การเตรียมจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3.  การจัดตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร  วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

....รายการที่ 3 
การจัดตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร  วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
เรื่องนี้เริ่มจากที่ท่านจอมพลคนที่ 3 ขอร้องให้ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งอธิการบดี
เพื่อประสานงานระหว่างกรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากร
ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณวังท่าพระแห่งเดียวกัน
ผู้เขียนพยายามนำข้อคิดของท่านจอมพลคนที่ 1 มาใช้อีก
แต่นักศึกษาไม่ยอมรับ  สมัครที่จะอยู่อย่างง่ายๆมากกว่า
ในที่สุดท่านจอมพลคนที่ 3 เปลี่ยนระเบียบการแต่งตั้งอธิการบดี  คณบดี ฯลฯ
ตามแบบอเมริกัน  ซึ่งผู้เขียนขัดข้องเพราะไม่อยากจะแข่งขันกับลูกศิษย์
จึงได้เสนอไปยังจอมพลคนที่ 3  ขอไม่รับตำแหน่งอธิการบดีอีกต่อไป
งานนี้อาจเรียกว่า “โครงการทับแก้ว”
ผู้เขียนคงสอบได้ราวร้อยละ 40 เท่านั้น

 

(จขบ.) อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่จริงเลย  40 คะแนนน้อยไปมาก
แค่ท่านสนองพระราชดำริของ ร.6  ในการใช้พื้นที่พระราชวังสนามจันทร์
เป็นสถานศึกษานั้น  นับว่าเป็นประโยชน์เอนกอนันต์
เพราะว่าบัดนี้กล้วยไม้กอแรกที่ท่านนำมาไว้ที่นี่
ได้ผลิดอกสวยงามเต็มลานแล้วในวันนี้ 
แม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นไปดั่งที่วาดภาพในตอนแรก
หากระบบวิทยาลัยใช้ได้จริงที่นี่  คงได้เห็นทับแก้วในอีกรูปแบบหนึ่ง

เรื่องราวในหนังสือที่หม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล 
ได้บันทึกไว้เกี่ยวกับทับแก้วจบลงเพียงเท่านี้
แต่ยังมีบางเรื่องที่เจ้าของบล็อกประทับใจเป็นพิเศษ
จึงอยากถ่ายทอดให้ได้อ่านกันเพื่อรำลึกถึง “ครู” ของเรา
และนักการศึกษาดีเด่นของโลกท่านนี้

 

(หน้า 235) ในเรื่องอนามัย  ผู้เขียนป่วยหนักที่ประเทศอังกฤษครั้งหนึ่ง
ต้องทำการผ่าตัดและเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้กลับเมืองไทย 
ส่งตัวไปอยู่กับหมอที่สวิตเซอร์แลนด์
ผู้เขียนรำลึกถึงบุญคุณของรัฐบาลไทยเป็นอันมาก 
ในการที่ยอมให้ค่าใช้จ่ายให้ผู้เขียนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์  ซึ่งแพงมาก
แต่ในที่สุดก็ได้กลับเมืองไทย  โดยมีรายงานจากผู้ดูแลนักเรียนมาด้วยว่า

“เป็นที่เข้าใจว่า  ปิ่น  มาลากุล  จะทำงานหนักไม่ได้”
แต่เมื่อหมอเยอรมันตรวจผู้เขียนที่สวิตเซอร์แลนด์  เขาได้บอกว่า
“หัวใจแข็งแรงเป็นพิเศษ”

(หน้า 218)  การเป็นข้าราชการบำนาญนั้น 
คนส่วนมากย่อมเข้าใจว่าผู้เขียนจะได้พักผ่อนบ้างแต่ที่ไหนได้
มีงานเต็มมือเหมือนกับที่หลวงจินดาฯ กล่าวไว้ในเรื่อง “การเมืองเรื่องรัก” ว่า
“ข้าราชการบำนาญมีงานเต็มมือทีเดียว”
แต่ก็เป็นงานที่สนุก  สนใจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รำลึกถึงพระเดชพระคุณ
ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  และทำงานเพื่อฉลองพระเดชพระคุณ
และเจริญรอยพระยุคลบาท
 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้รับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า
“เมื่อฉันสวรรคตแล้ว  ใครจะทำงานให้ฉันอย่างที่ ม.ล.ปิ่น ทำถวายพระมงกุฎเกล้าฯบ้าง”
กระแสพระราชดำรัสนี้ลอดล่วงเข้าไปถึงดวงใจ  ทำให้น้ำตาไหลตกใน
และตัวสั่นต้องนั่งนิ่งอยู่เป็นนาน

หม่อมหลวงปิ่น  กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการประพันธ์โคลงกลอนและกาพย์
เมื่อครั้งยังเยาว์  ความว่า...

(หน้า 212) 
เขียนอ่านระหว่างเพื่อนๆวัยเดียวกัน  เหตุเกิดที่พระราชวังบางปะอิน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 เห็นพวกเด็กถือกระดาษอยู่ในมือ
หัวร่อกันก็ทรงสนพระราชหฤทัย  และทรงขอกระดาษใบนั้นไปทอดพระเนตร
แล้วก็ทรงพระสรวลไปด้วย

แต่ผู้เขียนยังเยาว์มาก เขียนผิดๆถูกๆ จึงได้มีพระราชดำรัสสั่งสอน
ทั้งได้ทรงเขียนตำราแต่งโคลงสี่สุภาพ  อย่างสั้นๆ พระราชทานมา
ผู้เขียนโชคดีมากเพราะกล่าวได้ว่าเป็นศิษย์ของพระมหาธีรราชเจ้า
และรักการแต่งกาพย์กลอนตั้งแต่นั้นมา

แรงครูอยู่เร่งให้    ใจหาญ
การประพันธ์เป็นงาน   ตื่นเต้น
ชีวิตเปรียบอุทยาน   ยังสุข
ชั่วชีพยังไป่เว้น    ว่างเกล้ากตัญญู

 

 

เจ้าของบล็อกขอจบการคัดข้อความจากหนังสือแต่เพียงเท่านี้

 

(จขบ.)  อ่านจนจบแล้วลงความเห็นว่า
ไม่เพียงหมอชาวเยอรมันที่บอกว่า ม.ล.ปิ่นนั้น
“หัวใจแข็งแรงเป็นพิเศษ”
เพราะจขบ.เองก็รู้สึกว่าหัวใจท่าน “แกร่ง” เหลือเกิน
คนที่จะทำงานใหญ่  ทำเพื่อการศึกษาของชาติได้มากเท่านี้
ต้องแกร่งและอดทนมากจริงๆ

ระหว่างการทำงานนั้นมีอุปสรรคมากมาย
ทั้งด้านงบประมาณและความร่วมมือ 
บางครั้งก็ถูกค่อนขอด  ถูกโจมตีโดยสภาผู้แทนราษฎร
(รายละเอียดในหนังสือเล่มเดียวกัน  หน้า 164-165)
แต่ท่านก็ยังคงทำงานต่อไป

อดคิดไม่ได้ว่าการพัฒนาการศึกษานั้นเป็นหน้าที่ของใครกันหนอ?
แล้วทำไมการศึกษาไทยจึงดูเหมือนไม่ไปไหนเลย
ยังคงเวียนวนกับปัญหาเดิม  ซ้ำร้ายคุณภาพของเด็กยุคใหม่ดูจะแย่ลง
หากประเทศไทยได้มี  หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล  คนที่สองก็คงดีไม่น้อย
คุณลักษณะที่เอาเป็นแบบอย่างของหม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล คือ
1.  เป็นผู้มีความกตัญญูอย่างยิ่ง
2.  เป็นผู้รู้รักการทำงานอย่างไม่ย่อท้อ
3.  เป็นผู้มีความสุภาพและถ่อมตนเป็นนิจ
4.  เป็นผู้มีความเมตตากรุณาและเอื้อเฟื้อต่อส่วนรวม
5.  เป็นผู้มีอารมณ์ขัน  มองโลกในแง่ดี

ขอจบเรื่องราว “ทับเอ๋ยทับแก้ว” ทั้งหมด 6 ตอนไว้เพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน
หากมีเรื่องสนุกและเป็นประโยชน์จะนำมาเล่าสู่ในคราวต่อไป

ปล.  หากใครอยากซาบซึ้งไปกับประวัติศาสตร์ทับแก้ว
ขอเชิญที่หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยศิลปากร
อยู่ที่ชั้น 5 (หรือชั้น 6 จำไม่ได้แล้ว ) ของอาคารม.ล.ปิ่น  มาลากุล
เจ้าหน้าที่ก็เป็นรุ่นพี่ของพวกเราเอง
เคยถามเขาว่าจะให้เพื่อนๆมาดูบ้างได้ไหม  เขาก็ว่าได้
แต่ไปทีละหลายๆคนก็ดี  นัดเวลาไว้ด้วย 
จนท.ก็จะได้ปลีกเวลาพาเราชมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
5 ปีที่แล้วยังเป็นห้องเล็กๆอยู่เลย  เดี๋ยวนี้ไม่รู้เหมือนเดิมหรือเปล่า
ถ้าโชคดีจะได้เจอคุณลุงสาโรจน์  (จริงๆควรเรียกว่าคุณตา)
จะเล่าเรื่องราวยุคบุกเบิกทับแก้วได้อย่างดีทีเดียว

Comment

Comment:

Tweet


Thanks for sharing such a nice post.
#6 by Web Design India (49.249.142.31|49.249.142.31) At 2014-02-21 13:54,
ทับเอ๋ยทับแก้ว
อ่านแต่ละเอนทรี่ของบล็อกนี้
รู้สึกว่าเธอมีอะไรมากกว่าความสวยงาม
และความทรงจำ

big smile
#5 by bouudaes At 2010-05-12 18:36,
ปล. อาเจย์ขยันออกอัลบั้มมากกกกกกก
ออกอัลบั้ม ทำหนัง จิปาถะไปเรื่อย
แต่ก็น่ารักเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ
#4 by รักคือ? At 2010-05-11 09:54,
Hot!

มาหาจริงป่าวววววววววว....จะรอ ๆ อิอิ

อ่านบล๊อกพี่โรสทีไร ขนลุกทู๊กกกก ที

คิดถึง ๆ รักษาสุขภาพนะคะbig smile
#3 by รักคือ? At 2010-05-11 09:53,
หวัดดีจ้าโรส หายไปนานเลย
ต้องบอกว่าคิดถึงเหมือนกันจ้า (อย่าหายไปนานดิ อิอิ)
....
ได้อ่านเรื่องที่โรสเขียน ทำให้พี่ได้ความรู้เพิ่งขึ้นอีกเยอะเลย
พี่เคยไปทำแก้วนะ ตอนรับปริญญาน้องชาย แต่ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปอ่านจดหมายเหตุเลยจ้า
....
ถ้าได้ไปอีกก็จะเข้าแล้วอ่านให้เต็มที่เลยค่ะ
Hot! Hot! Hot! surprised smile big smile
#2 by GoddessIsis At 2010-05-10 22:37,
PinG~ สุดยอดเลยครับ ท่านหม่อมหลวงปิ่นเป็นปูชนีนบุคคลอีกท่านหนึ่งที่ผมให้ความเคารพมากๆเลย

เหมือนชะตาด้วยแหละ ได้มาเรียนในสถานศึกษาที่ท่าก่อตั้งขึ้นมาตั้งสองแห่งแหนะ big smile Hot! Hot! Hot!
#1 by Pl@y-M@Te At 2010-05-10 15:37,