ช่วงนี้เอนทรี่จะมีแต่เรื่องการหางาน เนื่องจากค่อนข้างวุ่นวายกับชีวิตนิดหน่อย เราเองเข้าใจว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่เห็นลูกหางานอยู่ ก็คงจะอยากให้ได้งานเร็วๆ ยิ่งมีญาติผู้หวังดีแนะนำที่โน่นที่นี่ แนะนำงานว่าจะฝากให้บ้าง กลับยิ่งทำให้เราอึดอัดใจเข้าไปอีก
ไม่ใช่อึดอัดเพราะมีผู้หวังดี แต่รู้สึกไม่ดีเพราะเราไม่คิดจะพึ่งใครเลย ถ้าต้องได้งานเพราะการฝาก เราคงหมดความภาคภูมิใจในตัวเอง และถ้าต้องพึ่งคนอื่นตั้งแต่เริ่มหางานเราก็ต้องมาคอยเกรงใจคนอื่น รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณตลอดเวลา และที่สำคัญคือเราไม่อยากขอความช่วยเหลือใคร ตราบใดที่เรายังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
จะว่าไปก็เจอกระแสกดดันไม่น้อยเลย ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจจากเพื่อนและคนรอบข้างว่าเรียนจบมาจะสองเดือนแล้วทำไมยังหางานไม่ได้อีก ไม่ใช่ว่าเราไม่ไขว่คว้าหรือนั่งงอมืองอเท้า แต่เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าจังหวะชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน บางทีอาจจะยังไม่ถึงเวลาของเราก็ได้
พอมานั่งนึกดู บางครั้งคนเราอาจจะต้องรอ บ้างก็ได้
ซึ่งเราก็ยินดีจะรอ แต่อย่าให้นานนักเลยนะ
เดี๋ยวจะหมดไฟซะก่อน
ปล. เพิ่งค้นพบตัวเองว่าจริงๆแล้วไม่ได้ชอบงานโรงแรมสักเท่าไหร่
ปล.2 ไม่ได้สมัครแอร์ฯ JALWays นะคะ เพราะรู้ตัวมานานแล้วว่าไม่เหมาะกับการเป็นแอร์ฯ เหมือนกัน