Diary

2009/Oct/30


"ความบังเอิญไม่มีในโลก มีแต่เหตุผลที่เราไม่รู้”
วาทะดังตฤณจาก กรรมพยากรณ์ ตอน เลือกเกิดใหม่



วันก่อนได้รับโทรศัพท์ตอนดึก  ประมาณ ห้าทุ่มครึ่งได้แล้ว
เป็นเสียงผู้หญิงโทรมาหาเราแสดงความสนิทสนม

“อยู่ไหนเนี่ย?
“ก็อยู่บ้านอ่ะดิ”
“บ้านที่ไหน”
“ก็ที่XXXXไง”   ตอนนี้ชักเริ่มงง  เพื่อนเราจะไม่รู้ได้ไงว่าบ้านเราอยู่ไหน
“อ้าว  ไม่ได้อยู่ที่ZZZZเหรอ”
“เปล่า”
ปลายสายชะงักไป สามวินาที
“รู้ป่ะเนี่ยว่าใครโทรมา”
“ฮ่ะๆ  ไม่รู้!!”
“พี่แนน”
“ใครนะ  พี่แนน?”  ถึงบางอ้อซะทีคราวนี้ฉันรู้แล้วว่าเขาโทรผิด
“นี่อุ้มรึเปล่าเนี่ย”
“ไม่ใช่อ่ะ  โรสเอง”
“อ้าว เฮ้ย  จะโทรหาอุ้มอ่ะ”
“มีเบอร์อุ้มนะ  จะเอาไหม?”
เมมเบอร์ยังไงเนี่ย  จะโทรหาน้องอุ้มเลขาฯใหม่
ดันมากดเบอร์เราซะงั้น

“พี่ก็มี  ว่าจะโทรชวนมันไปเที่ยว”
“ห้าทุ่มครึ่งเนี่ยนะ  จะไปไหนกันพี่  D.....เหรอ?”
ฉันเอ่ยชื่อผับดังในย่านนั้น  ที่ฉันได้ยินชื่อบ่อยแต่ไม่ได้ไปสักทีจนกระทั่งจากมา
เสียงพี่แนนที่ปลายสายเจื่อนลงชัดเจน  ก็เขาไม่ได้ตั้งใจโทรหาฉันนี่นา
“พี่แนนเป็นไงมั่ง สบายดีไหม?”
“สบายดี  โรสล่ะ ทำไมยังไม่นอน”
“อ่านหนังสืออยู่”  
พอได้ยินว่าเราอ่านหนังสืออยู่  ทางโน้นก็ตัดบทรีบวางสายทันที

ถ้าเขารู้ว่าฉันอ่านหนังสือเรียนอยู่ด้วยล่ะก็  คงคิดว่าไม่น่าโทรผิดมาแน่เลย 555
ฉันเลยได้รู้ว่าน้องอุ้มยังเริงราตรีอยู่เรื่อยๆ  เพราะมีคนเคยบอกมาเหมือนกัน
เวลาที่เขาเจอกันตอนกลับจากเที่ยว
ฉันยังสงสัยว่าคนเราเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปตระเวนราตรี  
แล้วมีคนยิงกันกลางเมืองทุกวันๆ ไม่กลัวบ้างหรืออย่างไร


วันต่อมาก็มีเพื่อนอีกคนจากโรงแรมโทรมา
คราวนี้เป็นผู้ชาย
ถามว่าเมื่อไหร่จะไปเที่ยวอีก  
จริงๆแล้วเขาตั้งใจชวนไปลอยกระทงนั่นแหละ
เราคิดว่ายัง  คงไม่ไปแถวนั้นอีกนานและคงไม่ไปลอยกระทงด้วย
(นับว่าเป็นผู้ชายรายแรกที่ชวนลอยกระทงในปีนี้ ฮ่ะๆๆ)
ปีนี้คงได้ลอยในเอ็กซทีนนี่แหละพอแล้ว
ปีที่แล้วมีพี่พีท แต่กว่าจะหนีเอาตัวรอดให้ไม่ต้องไปด้วยกัน
หอบจับเลย  กว่าเขาจะไปลอยที่อื่นไม่มายุ่งกับเรา (วันเดียว) ได้


ดังนั้น  ปีนี้ก็จะเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา
ขอขมาแม่คงคาในใจ  ไม่ต้องใช้กระทง ^__^