Silpakorn

2010/Apr/05

 


(หน้า 173)  วิทยาลัยทับแก้วทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ไว้อย่างหนึ่ง
คือได้สร้างระบบห้องสมุดเสียงขึ้น  อาจส่งเสียงไปยังห้องเรียน
โดยกดปุ่มเลขที่ไฟฟ้า  มีเจ้าหน้าที่เตรียมเสียงต่างๆ
เช่น  ปาฐกถาของผู้เชี่ยวชาญที่สำคัญ
พระบรมราโชวาทในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ตลอดจนภาษาต่างประเทศและเพลงต่างๆ เตรียมไว้ขณะหนึ่งๆ
50 รายการสำหรับเลือก  มีสายไฟฟ้าโยงไปยังห้องเรียนล่ามไปยังอาคารอื่นๆ

(หน้า 173) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยรับสั่งว่า  ต่อไปใครมาขอพระราชดำรัส
จะไม่พระราชทาน  เพราะจะเก็บไว้ที่นี่ (ทับแก้ว) แห่งเดียว...
(หน้า 174)  ในการหาเงินทำห้องสมุดนี้
ผู้เขียนต้องไปยกมือไหว้ของ้องอนสำนักงบประมาณมาจ้าง
ให้บริษัทฟิลิปส์ทำ  บริษัทบอกว่าไม่เคยทำขายสักที  แต่จะลองทำให้

ต่อมาห้องสมุดนั้นชำรุดและไม่มีผู้เชี่ยวชาญประจำ 
ท่านอธิการบดี  ม.จ. สุภัทดิศ  ดิศกุล
ติดต่อมายังผู้เขียนเจรจาขอ  3 ข้อ คือ
ข้อ 1. ขอเงินสัก 5 หมื่นบาทเพื่อทำ “ศาลาปิ่น  มาลากุล” กลางสระน้ำ
ข้อ 2.  ขอให้ช่วยจัดบริเวณพระที่นั่งในพระราชวังสนามจันทร์เป็นพิพิธภัณฑ์
เก็บต้นฉบับพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ข้อ 3.  ขอให้เป็นที่ปรึกษาปรับปรุงห้องสมุดเสียง

เรื่องที่ผู้เขียนยอมรับได้เพียงข้อเดียว  คือ  ช่วยปรับปรุงห้องสมุดเสียง
แต่เรื่องก็เงียบหายไป
จนท่านอธิการบดีทรงพ้นวาระและออกไปจากตำแหน่งอธิการบดี
อันที่จริงห้องสมุดเสียงนี้เป็นของใหม่  เป็นของดี
เพราะภาษาพูดนั้นมาก่อนภาษาเขียนและคนไทยพูดเป็นทุกคน
แต่เขียนไม่เป็นทุกคน 
ยังมีสาระเนื้อหาในเสียงของบุคคลคนเดียวกัน
แต่เปลี่ยนสำเนียงหรือความคิด
ในระยะเวลาหลายๆปี  เมื่อไม่มีคนทำต่อ  ก็น่าเสียดาย
ไม่มีห้องจะเปิดรับฟังได้จากนครราชสีมาตามที่คิดไว้

(จขบ.)  ตอนที่เจ้าของบล็อกมีโอกาสได้ฝึกงานและดูงาน
ที่สำนักหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์นั้น
เจ้าหน้าที่รุ่นพี่ๆ เคยพาไปชมห้องเก็บแถบบันทึกเสียง
ห้องนั้นเป็นห้องใหม่  อยู่ที่ชั้น 5 (หรือชั้น 6 ) ของอาคารม.ล.ปิ่น  มาลากุล
สำนักหอสมุดกลาง  ของเรานั่นเอง
แต่ของที่เก็บเป็นของที่มีมาตั้งแต่สมัย ม.ล.ปิ่น  มาลากุล
จนท.เล่าว่า  สมัยก่อนสถานที่ถ่ายทอดเสียงอยู่ที่ชั้นบนของสนง.อธิการบดี
แต่ตอนนี้เครื่องใช้ไม่ได้  และก็คงซ่อมไม่ได้แล้ว  เก่ามาก
จึงไม่มีการถ่ายทอดเสียงอีกต่อไป 
เจ้าของบล็อกจำไม่ได้ถนัดนักว่าแถบบันทึกเสียงต้องเล่นกับเครื่องเฉพาะด้วยหรือไม่
แต่คิดว่าน่าจะใช่  ไม่เช่นนั้นคงมีการทำสำเนาหรือนำมาใช้การบ้าง
หลายปีที่ผ่านมา  ทับแก้วไม่มีแม้แต่เสียงตามสาย
เราอยู่กันอย่างเงียบๆ  จะได้ยินลำโพงมหาวิทยาลัยเปิดใช้งาน
ก็ตอนมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรเท่านั้น
เอาไว้ใช้ประกาศประชาสัมพันธ์  เรียกบัณฑิต  เปิดเพลงมหาวิทยาลัย
(ไม่รู้เพิ่งเอาลำโพงมาแขวนตอนนั้นรึเปล่า)
อยู่มานานหลายปีไม่เคยแปลกใจว่าทำไมทับแก้วไม่มีเสียงตามสาย
กลายเป็นความเคยชินที่จะอยู่กันแบบเงียบๆ

แต่ถึงแม้ว่าห้องสมุดเสียงจะยังใช้งานได้  ก็คงไม่นิยมนัก
เพราะตอนนี้เรามีอินเตอร์เน็ตให้ใช้  ออนไลน์ได้ตลอดเวลา
ห้องสมุดเสียงจึงเป็นสถานที่เก็บรวบรวมความทรงจำ
และเจตนาอันดีของผู้ก่อตั้ง 
ที่พยายามให้ประชาชนได้มีความรู้ทั่วถึงกัน
แม้ไม่ได้ศึกษาในมหาวิทยาลัย

โปรดติดตามตอนต่อไป